เล่มที่ 73

ส่วนที่ 347

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 347 อ้างอิง: Book 73, Section 347 ประเภท: section


เนื้อหา

พระอัครสาวิกา ชื่อว่า พระภัททา และพระสุ- ภัททา พระพุทธเจ้า ผู้ไม่มีผู้เสมอพระองค์นั้น ตรัสรู้ ณ โคนโพธิพฤกษ์ ชื่อต้นนาคะ. อัครอุปัฏฐา ชื่อว่า ปทุมะ และ กุญชระ อัครอุ- ปัฏฐายิกา ชื่อว่า ปาลา และอุปปาลา. พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น โดยส่วนสูง ทรงสูง ๘๐ ศอก ทรงส่งพระรัศมีไปทุกทิศเหมือนดวงอาทิตย์ อุทัย. เปลวพระรัศมีบังเกิดในพระสรีระ ของพระองค์ ยอดเยี่ยม แผ่ไปโยชน์หนึ่งโดยรอบ ทั้งกลางคืนกลาง วัน . ในยุคนั้น มนุษย์มีอายุหกหมื่นปี พระพุทธเจ้า พระองค์นั้น ทรงมีพระชนม์เพียงนั้น จึงทรงยัง หมู่ชนเป็นอันมากให้ข้ามโอฆสงสาร. พระเรวตพุทธเจ้า ทรงแสดงกำลังของพระพุทธ- เจ้า ทรงประกาศอมตธรรมในโลก หมดเชื้อก็ดับ ขันธปรินิพพาน เหมือนไฟสิ้นเชื้อก็ดับไปฉะนั้น. พระวรกายดังรัตนะนั้นด้วย พระธรรมไม่มีธรรม อื่นเทียบได้นั้นด้วย ทั้งนั้นก็อันตรธานไปสิ้น สังขาร ทั้งปวงก็ว่างเปล่า แน่แท้. ๑. ม. ชื่อว่า สิริมา และยสว.ตี บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอภาเสติ ได้แก่ ส่องสว่าง. บทว่า อุคฺคโต แปลว่า ขึ้นไปแล้ว. บทว่า ปภามาลา ได้แก่ ขอบเขตพระรัศมี. บทว่า ยถคฺคิ ได้แก่ เหมือนกับไฟ บทว่า อุปาทานสงฺขยา แปลว่า สิ้น เชื้อ. บทว่า โส จ กาโย รตนนิโภ ได้แก่ พระวรกายของพระผู้มี พระภาคเจ้านั้นมีวรรณะเพียงดังทองนั้นด้วย. ปาฐะว่า ตญฺจ กายํ รตนนิภํ ดังนี้ก็มี ท่านกล่าวเป็นลิงควิปลาส. ปาฐะนั้นความก็อย่างนั้นเหมือนกัน. คาถา ที่เหลือในที่ทั้งปวงง่ายทั้งนั้นแล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ