เล่มที่ 73

ส่วนที่ 253

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 253 อ้างอิง: Book 73, Section 253 ประเภท: section


เนื้อหา

ที่พึ่งพาอาศัยของบุรุษ เสมอด้วยทานไม่มีในโลก เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลาย จงบำเพ็ญทาน ด้วยการ ทำตามอัธยาศัย. นรชนคนไรเล่า ผู้มีปัญญาในโลกนี้ ผู้ยินดีใน ประโยชน์เกื้อกูล จะไม่พึงให้ทานทั้งหลาย ที่เป็นเหตุ แห่งโลกสวรรค์. นรชนคนไรเล่า ได้ยินว่าทานเป็นแดนเกิดสมบัติ ในเทวดาทั้งหลาย จะไม่พึงให้ทานอันให้ถึงซึ่งความ สุข ทานเป็นเครื่องยังจิตให้ร่าเริง. นรชนบำเพ็ญทานแล้ว ก็เป็นผู้อันเทพอัปสร ห้อมล้อม อภิรมย์ในนันทนวัน แหล่งสำเริงสำราญ. ผู้ให้ย่อมได้ปีติอันโอฬาร ย่อมประสบความ เคารพในโลกนี้ ผู้ให้ย่อมประสบเกียรติเป็นอันมาก ผู้ให้ย่อมเป็นผู้อันมหาชนไว้วางใจ. นรชนนั้นให้ทานแล้ว ย่อมถึงความมั่งคั่งแห่ง โภคะ และมีอายุยืน ย่อมได้ความมีเสียงไพเราะและ รูปสวยอยู่ในวิมานทั้งหลายที่นกยูงอันน่าชื่นชมนานา ชนิดร้องระงม เล่นกับเทวดาทั้งหลายในสวรรค์. ทานเป็นทรัพย์ไม่ทั่วไปแก่ภัยทั้งหลายคือโจรภัย อริภัย ราชภัย อุทกภัย และอัคคีภัย ทานนั้น ย่อม ให้สาวกญาณภูมิ ปัจเจกพุทธภูมิ ตลอดถึงพุทธภูมิ. ครั้น ทรงทำอนุโมทนาทาน ประกาศอานิสงส์แห่งทาน โดยนัยดัง กล่าวมาอย่างนี้เป็นต้นแล้ว ก็ตรัสศีลกถา ในลำดับต่อจากทานนั้น ธรรมดา ศีลนั้นเป็นมูลแห่งสมบัติในโลกนี้และโลกหน้า ศีลเป็นต้นเหตุสำคัญของสุขทั้งหลาย ผู้มีศีล ย่อมไปไตรทิพย์สวรรค์ด้วยศีล ศีลเป็นเครื่องป้องกัน เครื่องเร้น เครื่องนำหน้าของผู้เข้าถึงสังสารวัฏ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ