เล่มที่ 72

ส่วนที่ 251

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 251 อ้างอิง: Book 72, Section 251 ประเภท: section


เนื้อหา

นางนาคกัญญาผู้มีฤทธิ์มาก เห็นพระ- สัพพัญญูมีรัศมีเปล่งปลั่ง มียศมาก มีจิตเลื่อมใส มีใจเคารพในพระศาสนา ในขณะนั้น พระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร มาก พระนามว่าปทุมุตตระทรงทราบวาระจิตของ หม่อมฉันแล้ว ทรงแสดงภิกษุณีรูปหนึ่งด้วยฤทธิ์ ภิกษุณีนั้นคล่องแคล่ว แสดงฤทธิ์เป็นอเนก หม่อมฉันเกิดปีติปราโมทย์ได้ทูลถาม พระศาสดาว่า หม่อมฉันได้เห็นฤทธิ์ทั้งหลายที่ ภิกษุณีรูปนี้แสดงแล้ว ข้าแต่พระธีรเจ้า ภิกษุณี นั้นเป็นผู้คล่องแคล่วดีด้วยฤทธิ์เพราะเหตุไร. พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นตรัสตอบว่า ภิกษุณีนั้น เป็นโอรสธิดาเกิดแต่ปากเรา มี ฤทธิ์มาก ทำตามอนุศาสนีของเรา เป็นผู้คล่อง- แคล้วดีด้วยฤทธิ์. หม่อมฉันได้สดับพระพุทธพจน์แล้ว มี ความยินดีได้ทูลว่า แม้หม่อมฉันก็ขอเป็นผู้คล่อง แคล่วดีด้วยฤทธิ์ เหมือนภิกษุณีองค์นั้น ข้าแต่ พระองค์ผู้เป็นนายก หม่อมฉันเบิกบานโสมนัส มีใจอุดมถึงที่แล้ว ขอให้ได้เป็นเช่นภิกษุณีนี้ใน อนาคตกาล หม่อมฉันตกแต่งบัลลังก์อันงามด้วยแก้ว มณีและมณฑปอันผุดผ่องแล้ว ทูลอัญเชิญพระ- พุทธเจ้าผู้เป็นนายก พร้อมด้วยพระสงฆ์ ให้เสวยและฉัน อิ่มหนำสำราญ ด้วยข้าวและ น้ำ แล้วได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกอุบลอันเป็น ดอกไม้อย่างดี ที่พวกนาคเรียกกันในสมัยนั้นว่า ดอกอรุณ โดยตั้งความปรารถนาว่า ขอให้สีตัว ของเราจงเป็นเช่นกับสีดอกอุบลนี้ ด้วยบุญกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้นและด้วย การตั้งเจตน์จำนงไว้ หม่อมฉันละร่างกายมนุษย์ แล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุติจากนั้นแล้วมาเกิดในมนุษย์ ได้ถวาย บิณฑบาต พร้อมด้วยดอกอุบลเป็นอันมากแก่ พระสยัมภู ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี มีพระเนตรงาม มีพระญาณ จักษุในธรรม เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นธิดาของเศรษฐี ในเมืองพาราณสีอันอุดม ได้นิมนต์พระ- สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก พร้อมด้วย พระสงฆ์ ถวายมหาทานและบูชาพระพุทธเจ้านั้น ด้วยดอกอุบลเป็นอันมากแล้ว ได้ปรารถนาให้มี ผิวพรรณงามเหมือนดอกอุบล ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้ามีพระนามว่า กัสสปะ ผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพรหม มีบริวารยศ มาก ประเสริฐกว่าพวกบัณฑิต เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี ใน เมืองพาราณสีอันอุดม เป็นอิสระกว่าชนทั้งหลาย เป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่ง ใหญ่ หม่อมฉันเป็นธิดาคนที่สองของท้าวเธอ มีนามปรากฏว่าสมณคุตตา ได้ฟังพระธรรมของ พระพิชิตมารผู้เลิศแล้ว พอใจบรรพชา แต่พระ- ชนกนาถมิได้ทรงอนุญาตให้พวกหม่อมฉัน เมื่อต้องอยู่ในอาคารสถาน ในครั้งนั้น พวกหม่อมฉันผู้เป็นราชกัญญา ตั้งอยู่ในความสุข มิได้เกียจคร้าน ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่เป็น กุมารอยู่สองหมื่นปี ราชธิดาทั้ง ๗ พระองค์ คือ นางสมณี ๑ นางสมณคุตตา ๑ นางภิกขุณี ๑ นางภิกขุทาสิกา ๑ นางธรรมา ๑ นางสุธรรมา ๑ และนางสังฆ- ทาสีเป็นที่ ๗ เป็นผู้ยินดีพอใจในการบำรุงพระ- พุทธเจ้า ได้มาเป็นหม่อนฉัน เป็นพระเขมาเถรี ผู้มีปัญญา เป็นพระปฏาจาราเถรี เป็นพระกุณฑล เกสีเถรี เป็นพระกิสาโคตมี เป็นพระธรรมทินนา เถรีและเป็นวิสาขาอุบาสิกาคนที่ ๗.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ