เล่มที่ 72
ส่วนที่ 229
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 229 อ้างอิง: Book 72, Section 229 ประเภท: section
เนื้อหา
ในกาลบางคราวพระ นายกเจ้าผู้เลิศโลก กำลังทรงแสดงธรรมอยู่ พระองค์ทรงถามแล้ว ครั้งนั้น ดิฉันเกิดความสงสารกล่าววาจาถวาย พระพรว่า ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ขอพระองค์จงมี พระชนชีพอยู่นาน ๆ ข้าแต่พระมหามุนี ขอ พระองค์ จงดำรงพระชนม์อยู่ตลอดกัป เพื่อความ เกื้อกูลและประโยชน์แก่โลกทั้งปวงเถิด ขออย่า ให้พระองค์ทรงพระชราและปรินิพพานเสียเลย. พระพุทธเจ้า พระองค์ได้ตรัสกะดิฉัน กราบทูลเช่นนั้นว่า ดูก่อนพระนางโคตมี พระ- พุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้อันบุคคลชมเชย เหมือน อย่างที่ท่านชมเชยอยู่มิได้ ดิฉันได้ทูลถามว่าก็แล ด้วยประการเป็นดังฤา พระตถาคตผู้สัพพัญญูจึง ชื่อว่าอันบุคคลพึงชมเชยด้วยประการเป็นดังฤา. พระพุทธเจ้าจึงชื่อว่าอันบุคคลไม่ชมเชย พระองค์อันหม่อมฉันถามถึงเหตุนั้นแล้ว ขอได้ ตรัสบอกเหตุนั้นแก่หม่อมฉันเถิด. พระองตรัสตอบว่า ท่านจงดูพระสาวก ทั้งหลายผู้ปรารภความเพียร ตั้งใจแน่วแน่ มี ความบากบั่นมั่นเป็นนิตย์ เป็นคนพร้อมเพรียงกัน นี้เป็นการชมเชยพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ต่อแต่นั้น ดิฉันไปสู่สำนักนางภิกษุ อยู่ผู้เดียว คิดเห็นแจ้งชัดว่า พระนาถะผู้ถึงที่สุด แห่งไตรภพ ทรงพอพระทัยบริษัทที่สามัคคีกัน เมื่อกระนั้น ดิฉันจะนิพพานเสีย ดิฉัน อย่าได้พบความวิบัตินั้นเลย ครั้นดิฉันคิดดังนี้ แล้ว ได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้อุดมกว่าฤาษีทั้งปวง แล้วได้กราบทูลกาลเป็นที่ปรินิพพานกะ ผู้นำชั้นพิเศษ ลำดับนั้น พระองค์ได้ทรงอนุญาต ให้ดิฉันดั่งนี้ว่า จงรู้กาลเอาเถิดพระนางโคตมี ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน ของพระพุทธเจ้า ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ