เล่มที่ 72
ส่วนที่ 192
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 192 อ้างอิง: Book 72, Section 192 ประเภท: section
เนื้อหา
ชาวบ้านโกฏิคาม ได้พากันผูกเรือแพเป็นอันมากเพื่อพระศาสดาและ ภิกษุสงฆ์. พระศาสดา ทรงพระดำริว่า เราจะประกาศถึงอานุภาพของ พระภัททชิ แล้วจึงประทับยืนบนเรือ ตรัสถามว่า ภัททชิ ไปไหน พระภัททชิเถระกราบทูลว่า พระเจ้าข้า แล้วจึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้ว ได้ยืนประคองอัญชลี. พระศาสดาตรัสว่า ภัททชิ มานี่ซิ, เธอจงขึ้นเรือ ลำเดียวกันกับเราเถอะ. พระภัททชินั้น จึงเหาะขึ้นแล้ว ได้ยืนในเรือลำที่ พระศาสดาประทับอยู่แล้ว. ในเวลาที่เรือแล่นไปในท่ามกลางแม่น้ำคงคา พระศาสดาตรัสว่า ภัททชิ ในเวลาที่เธอเป็นพระเจ้ามหาปนาทะ รัตนปราสาท จมลงในที่ไหนเล่า ? พระเถระกราบทูลว่า จมลงในที่ตรงนี้ พระเจ้าข้า พระศาสดาตรัสว่า ภัททชิ ถ้าเช่นนั้น เธอจงตัดความสงสัยของเพื่อนสพรหม- จารีทั้งหลายเสียเถอะ. ในขณะนั้น พระเถระ จึงถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ไปด้วยกำลังแห่งฤทธิ์แล้ว เอาระหว่างนิ้วเท้าคีบยอดปราสาท ถือปราสาทอัน ใหญ่ประมาณ ๒๕ โยชน์ไว้ เหาะไปในอากาศ, ก็เมื่อเหาะไป ได้ยกขึ้นสูง ถึง ๕๐ โยชน์. ลำดับนั้น พวกญาติของท่านในภพก่อน ซึ่งได้เกิดเป็นปลา เต่าและกบ ด้วยความโลภในปราสาท เมื่อปราสาทนั้น ถูกยกลอยไป ก็พา กันล้มตกลงไปมา. พระศาสดา ทรงเห็นสัตว์เหล่านั้นล้มกลิ้งเช่นนั้นแล้ว จึง ตรัสว่า ภัททชิ พวกญาติของเธอกำลังลำบากนะ. พระเถระเชื่อพระดำรัส ของพระศาสดา จึงปล่อยปราสาทแล้ว. ปราสาทก็คงตั้งสถิตอยู่ตามเดิมนั้นแล. พระศาสดา เสด็จถึงฝั่งแล้ว ถูกพวกภิกษุทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปราสาทหลังนี้ อันพระภัททชิเถระ ให้จมลงเมื่อไร แล้วจึงตรัสมหาปนาท- ชาดก ทำชนหมู่มากให้ได้ดื่มน้ำอมตะ. คือธรรมะ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ