เล่มที่ 72

ส่วนที่ 117

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 117 อ้างอิง: Book 72, Section 117 ประเภท: section


เนื้อหา

ได้บรรลุอรหัตผลโดยกาลไม่นานเลย ครั้งนั้นเราอันพระศาสดาผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวง ทรงพร่ำสอน จึงข้ามพ้นสังสารวัฏไปได้ เราสอนธรรมแก่พระภิกษุทั้งหลาย พระภิกษุณีที่เราสอนนั้นรวม ๕๐๐ รูปด้วยกัน ล้วนเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีประโยชน์ เกื้อกูลใหญ่ ทรงพอพระทัย จึงทรงตั้งเราไว้ใน ตำแหน่งแห่งภิกษุผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายให้ โอวาทพระภิกษุณี กรรมที่เราทำไว้ในกัปที่แสน แสดงผล แก่เราในอัตภาพนี้แล้ว เราเป็นผู้พ้นจากกิเลส ด้วยดี เหมือนลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง ฉะนั้น เรา เผากิเลสเสียแลแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลาย. . .คำสอน ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนันทกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้แล. พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :- อปทานของท่านพระนันทกเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้. คำตั้งแต่เริ่มต้นเรื่องว่า แม้พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมา แล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ ดังนี้ทั้งหมดมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่าย ตามแนวพระบาลีนั้นนั่นแล. ว่าด้วยบุพจริยาของพระกาฬุทายีเถระ [๑๓๖] ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ไป พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้มีจักษุใน ธรรมทั้งปวง เป็นผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์เป็นครูผู้ประเสริฐกว่าพวกผู้นำ เป็น พระพิชิตมารผู้เข้าใจสิ่งดีและสิ่งที่ชั่วแจ้งชัด และ เป็นคนกตัญญูกตเวทีย่อมประกอบสัตว์ทั้งหลาย เข้าในอุบาย อันเป็นเหตุให้ถึงนิพพาน พระองค์ทรงรู้ธรรมทั้งปวง เป็นที่อาศัย อยู่แห่งความเอ็นดู เป็นที่สั่งสมแห่งอนันตคุณ ทรงพิจารณาด้วยพระญาณนั้นแล้ว ทรงแสดง ธรรมอันประเสริฐ พระองค์เป็นผู้มีความเพียรใหญ่ ผู้มีพระ ปัญญาไม่มีที่สุด บางครั้ง ทรงแสดงธรรมไพเราะ ปฏิสังยุตด้วยสัจจะ ๔ แก่หมู่ชนไม่มีที่สุด สัตว์จำนวนแสนได้บรรลุธรรม เพราะ ได้ฟังธรรมอันประเสริฐ อันงามในเบื้องต้น งาม ในท่ามกลางและงามในที่สุดนั้น ครั้งนั้น แผ่นดินสั่นสะเทือน เมฆ กระหึ่ม ทวยเทพ พรหม มนุษย์และอสูร ต่างก็ แซ่ซ้องสาธุการว่า โอ พระศาสดา ประกอบด้วยพระกรุณา โอ พระสัทธรรมเทศนา โอ พระพิชิตมารทรง ฉุดหมู่สัตว์ที่จมลงในสมุทรคือภพขึ้นมาแล้ว เมื่อสัตว์พร้อมทั้งมนุษย์ เทวดาและ พรหม เกิดความสังเวชเช่นนี้แล้ว พระพิชิตมาร ได้ทรงสรรเสริญสาวก ผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายทำสกุลให้เลื่อมใส ครั้งนั้น เราเกิดในสกุลอำมาตย์ในพระ- นครหังสวดี เป็นผู้นำมาซึ่งความเลื่อมใส น่าดู มีทรัพย์และธัญญาหารเหลือล้น เราเข้าไปยังพระวิหารหังสาราม ถวาย บังคมพระตถาคตพระองค์นั้น ได้สดับธรรมอัน ไพเราะ และทำสักการะแด่พระผู้คงที่ หมอบลง แทบบาทมูลแล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมุนี ผู้มีความเพียรใหญ่ ภิกษุใดในศาสนาของพระ- องค์ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายผู้ทำสกุลให้ เลื่อมใส ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นเหมือนภิกษุนั้น ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดเถิด ครั้งนั้น พระศาสดาผู้ประกอบด้วยพระ- มหากรุณา เมื่อจะเอาน้ำอมฤตรดเรา ได้ตรัสกะ เราว่า ลุกขึ้นเถิดลูก ท่านจะได้ฐานันดรนี้ สมมโนรถปรารถนา บุคคลทำสักการะในพระ- พิชิตมารแล้ว จะพึงเป็นผู้ปราศจากผล อย่างไร ได้เล่า ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามี พระนามว่าโคดม ผู้สมภพในวงศ์พระเจ้า- โอกกากราช เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านจัก ได้ธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของพระ- ศาสดา มีนามว่ากาฬุทายี ครั้งนั้น เราได้สดับพระพุทธพยากรณ์ แล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระพิชิตมารซึ่งเป็นผู้นำชั้นพิเศษด้วยปัจจัย ทั้งหลาย ตราบเท่าสิ้นชีวิต เพราะวิบากของกรรมนั้น และเพราะ ตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไป สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ในภพสุดท้ายในบัดนี้ เราเกิดในสกุล มหาอำมาตย์ ของพระเจ้าแผ่นดิน พระนามว่า สุทโธทนะ ในพระนครกบิลพัสดุ์อันรื่นรมย์ ครั้งนั้น พระสิทธัตถราชกุมาร ผู้ประ- เสริฐกว่านรชน ได้ประสูติแล้วที่สวนลุมพินีอัน รื่นรมย์ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่โลกทั้ง มวล เราก็เกิดในวันเดียวกัน เติบโตมาพร้อม กันกับพระสิทธัตถราชกุมารนั้นแหละ เป็นสหาย รักใคร่ชอบใจของกัน คุ้นเคยกัน ฉลาดในทาง นิติบัญญัติ พระสิทธัตถราชกุมารนั้น มีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ได้เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ยับยั้ง อยู่ ๖ พรรษา ก็ได้เป็นพระพุทธเจ้าผู้นำชั้นเลิศ พระพุทธองค์ทรงชำนะมารพร้อมทั้งเสนามาร ยัง อาสวะให้สิ้นไป ข้ามห้วงอรรณพคือภพแล้ว เป็นพระพุทธเจ้าในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก เสด็จไปยังป่าอิสิปตนะ ทรงแนะนำภิกษุ ปัญจวัคคีย์ ต่อจากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จ ไป ในที่นั้น ๆ แล้วทรงแนะนำเวไนยสัตว์ พระพิชิตมารพระองค์นั้น ทรงแนะนำเวไนยสัตว์ ทรงสงเคราะห์มนุษย์พร้อมทั้งทวยเทพ ได้เสด็จ ไปถึงภูเขาในแคว้นมคธ แล้วประทับอยู่ ในคราวครั้งนั้น เราอันพระเจ้าแผ่นดิน พระนามว่า สุทโธทนะ ทรงส่งไป ได้ไปเฝ้าพระ- ทศพล บวชแล้ว ได้เป็นพระอรหันต์ ครั้งนั้น เราทูลอ้อนวอนพระศาสดา ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ให้เสด็จไปนคร กบิลพัสดุ์ ต่อจากนั้น เราได้ล่วงหน้าไปก่อน กุลใหญ่ ๆ ให้เลื่อมใส พิชิตมารผู้ประเสริฐกว่าบุรุษ ทรง พอพระทัยในคุณข้อนั้นของเรา จึงได้ทรงแต่งตั้ง เราไว้ว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายที่ทำสกุล ให้เลื่อมใส เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของ พระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ