เล่มที่ 72

ส่วนที่ 77

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 77 อ้างอิง: Book 72, Section 77 ประเภท: section


เนื้อหา

ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระ- ผู้มีพระภาคเจ้าผู้นายก มีพระรัศมีใหญ่ เลิศกว่า ไตรโลก มีพระนามชื่อว่าปทุมุตตระ ได้เสด็จ อุบัติขึ้นแล้ว เมื่อพระมุนี ตรัสสรรเสริญคุณของภิกษุ ผู้ตรัสรู้ได้เร็วพลันอยู่ เราได้ฟังแล้วชอบใจ จึง ได้ทำสักการะแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้แสวงหา คุณอันใหญ่ ถวายทานแด่พระมหามุนีพร้อมด้วยพระ- สาวกตลอด ๗ วัน ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า แล้วปรารถนาฐานันดรนั้นในกาลนั้น ลำดับนั้นพระสัมพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์ เราว่า จงดูพราหมณ์ที่หมอบอยู่แทบเท้าของเรานี้ ผู้สมบูรณ์ด้วยโสมนัส มีผิวพรรณเหมือนเด็กอายุ ๑๖ ปี มีร่างกายอันบุญกรรมสร้างสรรให้คล้าย ทองคำ ผุดผ่อง ผิวบาง ริมฝีปากแดงเหมือน ผลตำลึงสุก มีฟันขาวคมเรียบเสมอ มากด้วยกำลังคือคุณ มีกายและใจสูง เพราะโสมนัส เป็นบ่อเกิดแห่งกระแสน้ำ คือ คุณ มีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสด้วยปีติ เขาปรารถนาตำแหน่งแห่งภิกษุผู้ตรัสรู้ ได้โดยเร็วพลัน พระมหาวีรเจ้าพระนามว่าโคดม จักเสด็จอุบัติขึ้นในอนาคตกาล เขาจักเป็นธรรมทายาทของพระมหาวีร- เจ้าพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จัก ได้เป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่าพาหิยะ ก็ครั้งนั้น เราเป็นผู้ยินดี หมั่นกระทำ สักการะพระมหามุนีเจ้า ตราบเท่าสิ้นชีวิต จุติแล้ว ได้ไปสวรรค์ ดุจไปที่อยู่ของตนฉะนั้น เราจะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ย่อมเป็นผู้ถึง ความสุข เพราะกรรมนั้นชักนำไป เราจึงได้ ท่องเที่ยวไปเสวยราชสมบัติ เมื่อพระศาสนาของพระกัสสปธีรเจ้าเสื่อม ไปแล้ว เราได้ขึ้นสู่ภูเขาอันล้วนแล้วด้วยหิน บำเพ็ญเพียรตามคำสอนของพระชินสีห์ เป็นผู้มี ศีลบริสุทธิ์ มีปัญญา ทำกิจพระศาสนาของพระ- ชินสีห์ เรา ๕ คนด้วยกัน จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ไปสู่เทวโลก เราเกิดเป็นบุรุษชื่อพาหิยะ ในภาระกัจฉ- นครอันเป็นเมืองอุดม ภายหลัวได้แล่นเรือไป ยังสมุทรสาคร ซึ่งมีความสำเร็จเพียงเล็กน้อย ไปได้ ๒-๓ วันเรือก็อัปปาง ครั้งนั้น เราตกลงไปยังมหาสมุทร อันเป็นที่อยู่แห่งมังกร ร้ายกาจ น่าหวาดเสียว ครั้งนั้น เราพยายามว่ายข้ามทะเลใหญ่ ไปถึงท่าสุปปารกะ มีคนรู้จักน้อย เรานุ่งผ้ากรองเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต ครั้ง นั้น หมู่ชนเป็นผู้ยินดีกล่าวว่า นี้พระอรหันต์ ท่านมาที่นี่ พวกเราสักการะพระอรหันต์ด้วยข้าว น้ำ ผ้า ที่นอนและเภสัชแล้วจักเป็นผู้มีความสุข ครั้งนั้น เราได้ปัจจัยอันเขาสักการะบูชา ด้วยปัจจัยเหล่านั้น เกิดความดำริโดยไม่แยบคาย ขึ้นว่า เราเป็นพระอรหันต์ ครั้งนั้น บรุพเทวดารู้ว่าวาระจิตของเรา จึง ตักเตือนว่าท่านหารู้ช่องทางแห่งอุบายไม่ ที่ไหน จะเป็นพระอรหันต์เล่า ครั้งนั้น เราอันเทวดานั้นตักเตือนสลดใจ จึงสอบถามเทวดานั้น พระอรหันต์ผู้ประเสริฐ กว่านรชนในโลกนี้คือใคร อยู่ที่ไหน เทวดานั้นบอกว่า พระพิชิตมารผู้มีพระปัญญามาก ผู้มี ปัญญาเสมือนแผ่นดินประเสริฐ ประทับอยู่ที่กรุง สาวัตถี แคว้นโกสล พระองค์เป็นโอรสของ เจ้าศากยะ เป็นพระอรหันต์ ไม่มีอาสวะ ทรง แสดงธรรมเพื่อบรรลุพระอรหันต์.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ