เล่มที่ 70
ส่วนที่ 332
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 332 อ้างอิง: Book 70, Section 332 ประเภท: section
เนื้อหา
การเกิดขึ้นแห่งคาถานี้ เหมือนดังอาวรณคาถาไม่มีความพิเศษไร ๆ. ส่วนพรรณนาอรรถแห่งคาถานี้มีความว่า การกลับเฉพาะจากหมู่สัตว์และ สังขารนั้น ๆ หลีกเร้นอยู่ ชื่อว่า ปฏิสัลลานะ ได้แก่ ความเป็นผู้มีปกติ เสพ ณ ส่วนสุดข้างหนึ่ง คือความเป็นผู้เดียว ได้แก่ กายวิเวก สงัดกาย. จิตตวิเวก สงัดจิต ท่านเรียกว่า ฌาน เพราะเผากิเลสดังข้าศึกและ เพราะเข้าไปเพ่งอารมณ์และลักษณะ. ในคำว่า ฌาน นั้น สมาบัติ ๘ เรียกว่า ฌาน เพราะเผากิเลสดังข้าศึก มีนิวรณ์เป็นต้น และเพราะเข้าไปเพ่งอารมณ์มีกสิณเป็นต้น. วิปัสสนา มรรค ผล ก็ เรียกว่า ฌาน เพราะเผากิเลสดังข้าศึกมีสัตตสัญญาความสำคัญ ว่าสัตว์เป็นต้น และเพราะเข้าไปเพ่งลักษณะ. แต่ในที่นี้ท่านประสงค์ เอาอารัมมณูปนิชฌานการเข้าไปเพ่งอารมณ์เท่านั้น. ไม่ละ คือไม่ทิ้ง ได้แก่ ไม่สละ การหลีกเร้นและฌานนั้น ด้วยอาการอย่างนั้น. บทว่า ธมฺเมสุ ได้แก่ ในธรรมคือเบญจขันธ์เป็นต้นอันเข้าถึงวิปัสสนา. บทว่า นิจฺจํ แปลว่า ติดต่อ คือไปเสมอ ๆ ได้แก่ ไม่เกลื่อนกล่นแล้ว. บทว่า อนุธมฺมจารี ได้แก่ ประพฤติวิปัสสนาธรรมอันไปแล้ว เนือง ๆ โดยปรารภธรรมนั้น ๆ เป็นไป. อีกอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง ในบทว่า ธมฺเมสุ นี้ โลกุตรธรรม ๙ ชื่อว่า ธรรม. ชื่อว่า อนุธรรม เพราะธรรมอัน อนุโลมแก่ธรรมเหล่านั้น. คำว่า อนุธรรม นี้ เป็นชื่อของวิปัสสนา. ในคาถานั้น ควรจะกล่าวว่า ธมฺมานํ นิจฺจํ อนุธมฺมจารี มีปกติ ประพฤติธรรมอนุโลมแก่ธรรมเป็นนิจ แต่เพื่อสะดวกในการประพันธ์ คาถา จึงเป็นอันกล่าวว่า ธมฺเมสุ เพราะความเป็นผู้ฉลาดในเรื่องวิภัตติ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ