เล่มที่ 70

ส่วนที่ 308

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 308 อ้างอิง: Book 70, Section 308 ประเภท: section


เนื้อหา

เมื่อพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าเสด็จไปอย่างนั้นแล้ว พระกุมารนั้นเสด็จ เข้าไปยังบรรณศาลาของตนแล้วก็นอน. ฝ่ายบุรุษผู้อารักขาประมาทเสียว่า พระกุมารนอนแล้ว บัดนี้จักไปไหนได้ จึงก้าวลงสู่ความหลับ. พระ- กุมารรู้ว่าบุรุษนั้นประมาทแล้ว จึงถือบาตรจีวรเข้าไปป่า. ก็พระกุมารนั้น ยืนอยู่ในที่นั้นเริ่มวิปัสสนา กระทำให้แจ้งพระปัจเจกสัมโพธิญาณแล้วไป ยังสถานที่ของพระปัจเจกสัมพุทธเจ้า. และในที่นั้น ถูกถามว่า บรรลุ ได้อย่างไร จึงกล่าวกึ่งคาถาที่พระอาทิจจพันธุปัจเจกสัมพุทธเจ้ากล่าวไว้ ให้ครบบริบูรณ์. ความของคาถานั้นว่า บทว่า อฏฺ€าน ตํ ตัดเป็น อฏฺ€านํ ตํ ท่านอธิบายว่า อการณํ ตํ แปลว่า ข้อนั้นมิใช่เหตุ. ท่านลบนิคคหิต. เหมือนในคำมีอาทิว่า อริยสจฺจาน ทสฺสนํ ดังนี้. บทว่า สงฺคณิกา- รตสฺส แปลว่า ผู้ยินดีในหมู่คณะ. บทว่า ยํ เป็นคำกล่าวเหตุ ดุจใน คำมีอาทิว่า ยํ หิรียติ หิรียิตพฺเพน แปลว่า เพราะละอายด้วยสิ่งที่ควร ละอาย. บทว่า ผสฺเส ได้แก่ พึงบรรลุ. บทว่า สามยิกํ วิมุตฺตึ ได้แก่ โลกิยสมาบัติ. จริงอยู่ สมาบัติอันเป็นฝ่ายโลกิยะนั้น ท่านเรียกว่า สามยิกา วิมุตฺติ เพราะหลุดพ้นจากข้าศึกทั้งหลายในสมัยที่แน่วแน่ ๆ เท่านั้น. ซึ่ง สามยิกวิมุตติ นั้น. พระกุมารตรัสว่า เราใคร่ครวญคำ ของพระอาทิจจพันธุปัจเจกสัมพุทธเจ้าดังนี้ว่า บุคคลพึงบรรลุวิมุตติด้วย เหตุใด เหตุนั้นมิใช่ฐานะ คือเหตุนั้นย่อมไม่มีแก่ผู้ยินดีในการคลุกคลี ดังนี้ จึงละความยินดีในการคลุกคลี ปฏิบัติโดยแยบคาย จึงได้บรรลุแล้ว. คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วแล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ