เล่มที่ 70
ส่วนที่ 295
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 295 อ้างอิง: Book 70, Section 295 ประเภท: section
เนื้อหา
ลำดับนั้น พระราชาทรงดำริว่า เราจักถวายของดีทดลองดู จึง นิมนต์อีก ทรงทำมหาสักการะถึง ๒ วัน วันอังคาสด้วยของเคี้ยวของ ฉันอันประณีตวิจิตรยิ่ง. แม้พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น ก็ไม่มีอาการผิด แผก ฉันเหมือนอย่างนั้นแหละ กล่าวมงคลแก่พระราชาแล้วหลีกไป. เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นหลีกไปไม่นาน พระราชาทรงดำริว่า ท่าน เหล่านี้เป็นอนวัชชโภชีมีปกติฉันหาโทษมิได้ โอหนอ ! แม้เราก็ควรเป็น อนวัชชโภชีบ้าง จึงสละราชสมบัติใหญ่ สมาทานการบรรพชา เริ่ม วิปัสสนาแล้ว ได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เมื่อจะชี้แจงอารมณ์ของตน ในท่ามกลางพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ณ ควงต้นไม้สวรรค์ ได้กล่าว คาถานี้. คาถานั้นโดยใจความของบทง่ายมาก แต่ในบทว่า สหายสมฺปทํ นี้ สหายผู้เพียบพร้อมด้วยศีลขันธ์เป็นต้นอันเป็นอเสขะ พึงทราบว่าสหาย- สัมปทาทั้งสิ้น. ส่วนวาจาประกอบความในคำว่า สหายสมฺปทํ นี้ มีดังต่อไปนี้:- เราสรรเสริญสหายสัมปทาที่กล่าวแล้วนั้นโดยแท้ อธิบายว่า เราชมเชยโดย ส่วนเดียวเท่านั้น. สรรเสริญอย่างไร ? สรรเสริญว่า ควรคบหาสหายผู้ ประเสริฐกว่า หรือผู้เสมอกัน. เพราะเหตุไร ? เพราะเมื่อบุคคลคบหาผู้ ที่ประเสริฐกว่าด้วยคุณ มีศีลเป็นต้นของตน ธรรมทั้งหลายมีศีลเป็นต้น ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และที่เกิดแล้ว ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์. เมื่อคบหาคนผู้เสมอกัน ธรรมที่ได้แล้วก็ไม่เสื่อม เพราะเสมอเท่ากัน และกัน ทั้งเพราะบรรเทาความรำคาญใจเสียได้. ก็กุลบุตรผู้ใคร่ประโยชน์ ไม่ได้สหายเหล่านั้นผู้ประเสริฐกว่าและเสมอกัน แล้วละมิจฉาชีพมีการ หลอกลวงเป็นต้น บริโภคโภชนะที่เกิดขึ้นโดยธรรม โดยเสมอ และไม่ ทำความยินดียินร้ายให้เกิดขึ้นในโภชนะนั้น เป็นผู้มีปกติบริโภคโดยหา โทษมิได้ เที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น. แม้เราก็ประพฤติอยู่อย่าง นี้ จึงได้บรรลุสมบัตินี้แล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ