เล่มที่ 70

ส่วนที่ 35

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 35 อ้างอิง: Book 70, Section 35 ประเภท: section


เนื้อหา

เขาจักเป็นพระตถาคต จักออกจากนครชื่อกบิลพัสดุ์ อัน น่ารื่นรมย์ เริ่มตั้งความเพียรกระทำทุกกรกิริยา. พระตถาคตจะนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ ประคองข้าว- ปายาสไปยังฝั่งแม่น้ำเนรัญราช ณ ที่นั้น. พระชินเจ้านั้น เสวยข้าวปายาสที่ฝั่งแม่น้ำเนรัณชรา แล้ว เสด็จไปยังควงไม้โพธิ์ ตามทางที่เขาตกแต่งไว้ดีแล้ว ลำดับนั้น พระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระยศใหญ่มิมีใครยิ่งกว่า ทรงกระทำประทักษิณโพธิมัณฑ์แล้ว จักตรัสรู้ที่ควงไม้ อัสสัตถพฤกษ์. พระมารดาผู้เป็นชนนีของท่านผู้นี้ จักมีนามว่ามายา พระบิดาจักมีนามว่าสุทโธทนะ ท่านผู้นี้จักมีนามว่าโคดม. พระโกลิตะ และพระอุปติสสะ จักเป็นพระอัครสาวกผู้หา อาสวะมิได้ปราศจากราคะแล้ว มีจิตสงบตั้งมั่น พระอุปัฏฐาก นามว่าอานนท์ จักอุปัฏฐากพระชินเจ้านั้น. พระเขมาและพระอุบลวรรณา จักเป็นอัครสาวิกาผู้หา อาสวะมิได้ ปราศจากราคะแล้ว มีจิตสงบตั้งมั่น. ต้นไม้ ที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เรียกกันว่าต้นอัสสัตถ- พฤกษ์ ดังนี้. สุเมธดาบสได้ฟังดังนั้น ได้มีความโสมนัสว่า นัยว่า ความปรารถนา ของเราจักสำเร็จ. มหาชนได้ฟังพระดำรัสของพระทศพลทีปังกรแล้ว ต่างพากันร่าเริงยินดีว่า นัยว่าสุเมธดาบสเป็นพืชแห่งพระพุทธเจ้า เป็น หน่อแห่งพระพุทธเจ้า และพวกเขาได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ธรรมดาว่า มนุษย์เมื่อจะข้ามแม่น้ำ เมื่อไม่อาจข้ามตามท่าตรงได้ ย่อมข้ามโดยท่า ข้างใต้ ฉันใด แม้เราทั้งหลาย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อไม่ได้มรรคและผล ในศาสนาของพระทศพลทีปังกร ก็พึงสามารถทำให้แจ้งมรรคและผล ต่อหน้าท่าน ในกาลที่ท่านจักเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล ดังนี้แล้ว พากันดังความปรารถนาไว้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ