เล่มที่ 70
ส่วนที่ 12
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 12 อ้างอิง: Book 70, Section 12 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็ในที่สุดแห่งสี่อสงไขยยิ่งด้วยกำไรอีกแสนกัป ได้มีพระนครได้ นามว่า อมรวดี และอีกนามหนึ่งว่า อมร อึกทึกไปด้วยเสียง ๑๐ ประการ ซึ่งท่านหมายกล่าวไว้ในพุทธวงศ์ว่า ในสื่อสงไขยยิ่งด้วยกำไรแสนกัป มีพระนครหนึ่งนามว่า อมร เป็นเมืองสวยงามน่าดู น่ารื่นรมย์ใจ สมบูรณ์ด้วยข้าว และน้ำ อึกทึกไปด้วยเสียง ๑๐ ประการ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทสหิ สทฺเทหิ อวิวิตฺตํ ความว่า ได้เป็นเมืองอึกทึกด้วยเสียงทั้ง ๑๐ ประการเหล่านี้ คือ เสียงช้าง เสียงม้า เสียงรถ เสียงกลอง เสียงตะโพน เสียงพิณ เสียงขับร้อง เสียงสังข์ เสียงสัมมตาล (ดนตรีชนิดหนึ่งทำด้วยไม้) และเสียงที่ ๑. ว่า เชิญกิน เชิญดื่ม เชิญขบเคี้ยว. ก็ท่านถือเอาเพียงเอา เทศของเสียง ๑๐ ประการ นั้นเท่านั้น แล้วกล่าวคาถานี้ไว้ในพุทธวงศ์ว่า กึกก้องด้วยเสียงช้าง เสียงม้า เสียงกลอง เสียงสังข์ เสียงรถ และเสียงเชิญด้วยข้าวและน้ำว่า เชิญกิน เชิญดื่ม. แล้วจึงกล่าวต่อไปว่า พระนครอันสมบูรณ์ด้วยองค์ประกอบทุกประการ เพียบ พร้อมด้วยกิจการทั้งปวง สมบูรณ์ด้วยรัตนะทั้ง ๗ ขวักไขว่ ไปด้วยเหล่าชนนานาชาติ มั่งคั่งประหนึ่งเทพนคร เป็นที่อยู่ อาศัยของคนมีบุญ. ในนครอมรวดี พราหมณ์นามว่า สุเมธ มีสมบัติสะสม ไว้หลายโกฏิ มีทรัพย์และข้าวเปลือกมากหลาย เป็นผู้คงแก่ เรียน ทรงจำมนต์ได้ เรียนจบไตรเพท ถึงความสำเร็จใน ลักขณศาสตร์ อิติหาสศาสตร์ และธรรมเนียมพราหมณ์ ของตน.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ