เล่มที่ 69

ส่วนที่ 646

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 646 อ้างอิง: Book 69, Section 646 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า ผริตฺวา แผ่ไป คือพุทธญาณบรรลุถึงปัญญาแม้ของเทวดา และมนุษย์ทั้งปวงแล้วเเผ่ไปแทรกซึมเข้าไปสู่ปัญญาของเทวดา และมนุษย์เหล่า นั้นโดยฐานะแล้วตั้งอยู่. บทว่า อติฆํสิตฺวา ขจัดแล้วคือพุทธญาณก้าวล่วง ปัญญาแม้ของเทวดาและมนุษย์ทั้งปวงแผ่ไปกำจัดทำลายเนยยะทั้งปวงแม้ไม่ใช่ วิสัยของเทวดาและมนุษย์เหล่านั้นแล้วตั้งอยู่ ปาฐะในมหานิเทศว่า อภิภวิตฺวา ครอบงำแล้วคือย่ำยีแล้ว ด้วยบทว่า เยปิเต เป็นต้น. พระสารีบุตรเถระแผ่ ไปขจัดด้วยประการนี้แล้ว แสดงเหตุให้ประจักษ์แห่งฐานะ. ในบทเหล่านั้น บทว่า ปณฺฑิตา คือประกอบด้วยความเป็นบัณฑิต. บทว่า นิปุณา ละเอียด คือมีปัญญาละเอียดสุขุมสามารถแทงตลอดปัญญาสุขุมในระหว่างอรรถได้. บทว่า กตปรปฺปวาทา แต่งวาทะโต้ตอบ คือรู้วาทะโต้ตอบและแต่งวาทะต่อสู้กับชน เหล่าอื่น. บทว่า วาลเวธิรูปา คือ มีปัญญาเปรียบด้วยนายขมังธนูผู้สามารถ ยิงขนทราย. บทว่า เต ภินฺทนฺตา ปญฺา จรนฺติ ปญฺาคเตน ทิฏฺ€ิค- ตานิ เที่ยวทำลายปัญญาและทิฏฐิด้วยปัญญา ความว่าเที่ยวไปดุจทำลายทิฏฐิ ของคนอื่นแม้สุขุมด้วยปัญญาของตนดุจนายขมังธนูยิงขนทรายฉะนั้น. อีกอย่างหนึ่ง ปัญญานั่นแหละคือ ปัญญาคตะ ทิฏฐินั้นแหละคือทิฏฐิ คตะ ดุจในคำว่า คูถคตํ มุตฺตคตํ คูถ มูตร เป็นต้น. บทว่า ปญฺหํ อภิสงฺขริตฺ- วา แต่งปัญหา คือแต่งคำถาม ๒ บทบ้าง ๓ บทบ้าง ๔ บทบ้าง ท่านกล่าว ๒ ครั้ง เพื่อสงเคราะห์เข้าด้วยกันเพราะทำปัญญาเท่านั้นให้มากยิ่งขึ้น. บทว่า คุฬฺหานิ จ ปฏิจฺฉนฺนานิ จ ปัญหาทั้งลี้ลับและเปิดเผย มีปาฐะที่เหลือว่า อตฺถชาตานิ เกิดประโยชน์ บัณฑิตทั้งหลายถามปัญหาเพราะบัณฑิตเหล่านั้นเห็นข้อแนะนำ อย่างนั้นแล้วอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระประสงค์อย่างนี้ว่า ขอจงถามปัญหา ที่ตนแต่งมา อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงประทานโอกาสเพื่อให้ผู้อื่นถาม ทรงแสดงธรรมแก่ผู้เข้าไปเฝ้าเท่านั้น สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า บัณฑิตเหล่านั้นพากันแต่งปัญหา ด้วยหมายใจว่า จักเข้าไปหาพระ- สมณโคดมแล้วทูลถามปัญหานี้ หากว่าพระสมณโคดมนั้นถูกพวกเราถามแล้ว อย่างนี้ จักพยากรณ์อย่างนี้ พวกเราจักยกวาทะนี้แก่พระองค์ แม้หากว่า พระสมณโคดมนั้นถูกพวกเราถามแล้วอย่างนี้ จักพยากรณ์อย่างนี้ พวกเรา จักยกวาทะนั้นแม้อย่างนี้แก่พระองค์ ดังนี้. บัณฑิตเหล่านั้นพากันเข้าไปเฝ้า พระสมณโคดมถึงที่ประทับ. พระสมณโคดมก็ทรงชี้แจง ให้สมาทาน ให้อาจ- หาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถา. บัณฑิตเหล่านั้นถูกพระสมณโคดมทรงชี้แจง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ก็ไม่ถามปัญหากะพระสมณ โคดมเลย บัณฑิตเหล่านั้นจักยกวาทะแก่พระสมณโคดมที่ไหนได้ ย่อมกลาย เป็นสาวกของพระสมณโคดมไปโดยแท้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ