เล่มที่ 69

ส่วนที่ 632

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 632 อ้างอิง: Book 69, Section 632 ประเภท: section


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยในบทมีอาทิว่า อิมา นว ปญฺา ปัญญา ๙ ประการ นี้ ดังต่อไปนี้. การพิจารณามรรคของพระอริยบุคคลนั้นผู้บรรลุมรรคและผล ตามลำดับ ผู้มีจิตสันดานเป็นไปด้วยอาการร่าเริง เพราะมีจิตสันดานประณีต ด้วยการประกอบโลกุตรธรรมอันประณีต ผู้ออกจากภวังค์หยั่งลงในลำดับเเห่ง ผลการพิจารณาผลของพระอริยบุคคล ผู้หยั่งลงสู่ภวังค์แล้วออกจากภวังค์นั้น การพิจารณากิเลสที่ละได้แล้วโดยนัยนี้แหละ การพิจารณากิเลสที่เหลือ การ พิจารณานิพพาน การพิจารณา ๕ ประการ ย่อมเป็นไปด้วยประการดังนี้แล. ในการพิจารณาเหล่านั้น การพิจารณามรรค และการพิจารณาผล เป็นปฏิภาณ- ปฏิสัมภิทาอย่างไร. ท่านติดตามบาลีในอภิธรรม แล้วกล่าวไว้ในอรรถกถา นั้นว่า ธรรม ๕ ประการเหล่านี้ คือ ธรรมที่เกิดเพราะปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑ นิพพาน ๑ อรรถเเห่งภาษิต ๑ วิบาก ๑ กิริยา ๑ เป็นอรรถ. มรรคญาณ และผลญาณอันมีนิพพานนั้นเป็นอารมณ์ เพราะพระนิพพานเป็นอรรถ จึงเป็น อรรถปฏิสัมภิทา เพราะคำว่า ญาณในอรรถทั้งหลาย เป็นอรรถปฏิสัมภิทา. ปัจจเวกขณญาณแห่งมรรคญาณและผลญาณ อันเป็นอรรถปฏิสัมภิทานั้น เป็น ปฏิภาณปฏิสัมภิทา เพราะคำว่า ญาณในญาณทั้งหลาย เป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัจจเวกขณญาณนั้น ชื่อว่าหาสปัญญา (ปัญญาร่าเริง) แห่งจิตสันดานอัน เป็นไปด้วยอาการร่าเริง เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญา ๙ ย่อมยัง หาสปัญญาให้บริบูรณ์ และหาสปัญญาเป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแม้มี ประการทั้งปวง ชื่อว่า ปญฺา เพราะอรรถว่า ให้รู้กล่าวคือทำเนื้อความนั้น ๆ ให้ปรากฏ ชื่อว่า ปญฺา เพราะรู้ธรรมทั้งหลายโดยประการนั้น ๆ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ