เล่มที่ 69
ส่วนที่ 391
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 391 อ้างอิง: Book 69, Section 391 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า จุทฺทส ธมฺมา คือธรรม ๑๔ ประการ โดยจำนวนอย่างนี้คือ ขันธ์ ๕ มหาภูตรูป ๔ ชีวิตสังขาร ๓ นาม ๑ รูป ๑. ความเป็นปัจจัยมีสห- ชาตปัจจัยเป็นต้นของธรรมเหล่านั้น และธรรมอื่นข้างหน้ามีนัยดังกล่าวแล้ว. บทว่า สมฺปยุตฺตปจฺจยา โหนฺติ เป็นสัมปยุตตปัจจัย คือ ธรรมทั้งหลาย เป็นอุปการะโดยความสัมปยุตกันกล่าวคือ มีวัตถุเดียวกัน มีอารมณ์เดียวกัน เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน. บทว่า ปญฺจินฺทฺริยา อินทรีย์ ๕ ได้แก่ สัทธินทรีย์เป็นต้น. บทว่า นามญฺจ ในที่นี้ได้แก่ ขันธ์ ๓ มีเวทนาขันธ์ เป็นต้น. บทว่า วิญฺาณญฺจ ได้แก่ ปฏิสนธิวิญญาณ. บทว่า จุทฺทส ธมฺมา คือธรรม ๑๔ ประการ อีกโดยจำนวนอย่างนี้คือ ขันธ์ ๔ อินทรีย์ ๕ เหตุ ๓ นาม ๑ รูป ๑. บทว่า อฏฺวีสติ ธมฺมา ธรรม ๒๘ ประการ คือ ตอนต้น ๑๔ และธรรมเหล่านี้ ๑๔. เพราะแม้รูปก็เข้าไปในธรรมนี้ ท่านจึงนำสัมปยุตต- ปัจจัยออกแล้วกล่าววิปปยุตตปัจจัย. พระสารีบุตรเถระครั้นแสดงถึงประเภทของปัจจัยนั้น ๆ แห่งธรรมอัน เกิดขึ้นเพราะปัจจัยนั้น ๆ ซึ่งมีอยู่ในปฏิสนธิอย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงสรุปเหตุ ที่ชี้แจงไว้แต่ต้น จึงกล่าวว่า อิเมสํ อฏฺนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา อุปฺปตฺติ โหติ ย่อมอุบัติเพราะปัจจัยแห่งเหตุ ๘ ประการเหล่านี้. เหตุ ๘ ประการอย่างนี้คือ กุศลเหตุ ๓ ในขณะประมวลกรรม อกุศลเหตุ ๒ ในขณะพอใจ อัพยากต เหตุ ๓ ในขณะปฏิสนธิ. ในเหตุเหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ และอกุศลเหตุ ๒ เป็น อุปนิสสยปัจจัยโดยความเป็นไปในขณะปฏิสนธินี้ อัพยากตเหตุ ๒ เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจเหตุปัจจัยและสหชาตปัจจัยตามสมควร. แม้ในวาระที่เหลือก็มีนัยนี้ เหมือนกัน. อนึ่ง เพราะอรูปาวจรไม่มีรูป ท่านจึงกล่าวว่า แม้นามเป็นปัจจัย ก็มีวิญญาณ แม้วิญญาณเป็นปัจจัยก็มีนาม. แม้ธรรม ๑๔ ปนกับรูปก็ลดไป เพราะธรรมนั้นลดในวาระว่า อฏฺวีสติ ธมฺมา ธรรม ๒๘ ประการจึงไม่ได้ ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ