เล่มที่ 69
ส่วนที่ 190
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 190 อ้างอิง: Book 69, Section 190 ประเภท: section
เนื้อหา
อีกอย่างหนึ่ง ในบทว่า ปีติ นี้ท่านกล่าวเวทนาโดยหัวข้อแห่งปีติ. ในบทว่า สุข ท่านกล่าวเวทนาโดยสรุป. ในบทแห่ง จิตสังขาร ทั้งสอง เวทนาสัมปยุตด้วยสัญญาเพราะบาลีว่า สัญญาและเวทนาเป็นเจตสิก ธรรม เหล่านี้เนื่องด้วยจิต เป็นจิตสังขารด้วย เหตุนั้นพึงทราบว่าท่านกล่าวจตุกะ นี้โดยนัยแห่งเวทนานุปัสสนาอย่างนี้. แม้ในจตุกะที่ ๓ ก็พึงทราบความเป็นผู้ รู้แจ้งจิตด้วยอำนาจแห่งฌาน ๔. บทว่า อภิปฺปโมทยํ จิตฺตํ ทำจิตให้บันเทิง คือ ภิกษุย่อมศึกษา ว่าเรายังจิตให้บันเทิง ให้ปราโมทย์ ให้ร่าเริง ให้รื่นเริง จักหายใจเข้า จักหายใจออก. ในบทนั้น ภิกษุเป็นผู้บันเทิงด้วยอาการ ๒ อย่าง คือ ด้วย สามารถแห่งสมาธิ และด้วยสามารถแห่งวิปัสสนา. ด้วยสามารถแห่งสมาธิเป็นอย่างไร. ภิกษุเข้าถึงฌานสองอย่างพร้อม ด้วยปีติ ครั้นออกแล้วย่อมพิจารณาปีติสัมปยุตด้วยฌานโดยความสิ้นไปโดยความ เสื่อมไป. ภิกษุทำปีติสัมปยุตด้วยฌานในขณะแห่งวิปัสสนาอย่างนี้ ให้เป็น อารมณ์ ยังจิตให้ชื่นชมบันเทิง ปฏิบัติอย่างนี้ท่านกล่าวว่า ภิกษุย่อมศึกษาว่า เราจักยังจิตให้บันเทิง หายใจเข้า หายใจออก. บทว่า สมาทหํ จิตตํ ตั้งจิตไว้ คือ ตั้งดำรงจิตไว้เสมอในอารมณ์ ด้วยอำนาจแห่งปฐมฌานเป็นต้น หรือเข้าฌานเหล่านั้น ครั้นออกแล้ว จิต สัมปยุตด้วยฌานย่อมเกิดขึ้นโดยความสิ้นไป โดยความเสื่อมไป ด้วยการ แทงตลอดลักษณะในขณะแห่งวิปัสสนา เพราะจิตมีอารมณ์เดียวชั่วขณะ เมื่อจิต มีอารมณ์เดียวชั่วขณะเกิดขึ้นแล้วอย่างนี้ ภิกษุตั้งดำรงจิตไว้เสมอในอารมณ์ แม้ด้วยอำนาจท่านก็กล่าวว่า ภิกษุย่อมศึกษาว่า เราจักตั้งจิตไว้หายใจเข้า หายใจออก.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ