เล่มที่ 69

ส่วนที่ 188

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 188 อ้างอิง: Book 69, Section 188 ประเภท: section


เนื้อหา

อย่างไร เพราะภิกษุนั้นออกจากสมาบัติแล้ว ย่อมเห็นว่า กรชกายและ จิตเป็นเหตุเกิดลมอัสสาสปัสสาสะ. เหมือนอย่างว่า ลมย่อมสัญจรเพราะอาศัย เครื่องสูบของช่างทองและความพยายาม เกิดแต่การสูบเครื่องของบุรุษฉันใด ลมอัสสาสปัสสาสะย่อมสัญจรเพราะอาศัยกาย และจิตฉันนั้นเหมือนกัน แต่นั้น ย่อมกำหนดกายว่า เป็นรูปในเพราะอัสสาสปัสสาสะ และกำหนดจิตว่าเป็น อรูปในเพราะธรรมอันสัมปยุตด้วยจิตนั้น. ครั้นภิกษุกำหนดนามรูปอย่างนี้ แล้วแสวงหาปัจจัยแห่งนามรูปนั้น เมื่อแสวงหา ครั้นเห็นปัจจัยนั้นแล้ว ปรารภถึงความเป็นไปแห่งนามรูปในกาล แม้ ๓ แล้วจึงข้ามความสงสัยได้ ข้ามความสงสัยได้แล้ว จึงยกขึ้นสู่พระไตร- ลักษณ์ว่า อนิจฺจํ ทุกขํ อนตฺตา ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเป็นกลาปะ (กอง) เมื่อส่วนเบื้องต้นแห่งอุทยัพพยานุปัสสนาเกิด จึงละวิปัสสนูปกิเลส ๑๐ มีโอภาสเป็นต้น แล้วกำหนดอุทยัพพยานุปัสสนาญาณอันพ้นจากอุปกิเลสว่า มรรค ละความเกิด ถึง ภังคานุปัสสนา (พิจารณาเห็นความดับ) เมื่อสังขาร ทั้งปวงปรากฏโดยความเป็นภัย ด้วยภังคานุปัสสนาเป็นลำดับ จึงเบื่อหน่าย พ้นบรรลุอริยมรรค ๔ ตามลำดับ ตั้งอยู่ในอรหัตผลถึงที่สุดแห่งปัจจเวกขณา- ญาณ ๑๙ เป็นทักษิไณยบุคคลผู้เลิศของโลกพร้อมทั้งเทวโลก. ด้วยเหตุ ประมาณเท่านี้ การเจริญอานาปานสติสมาธิ ตั้งต้นแต่การนับลมอัสสาสะ ปัสสาสะนั้น มีวิปัสสนาเป็นที่สุด เป็นอันครบบริบูรณ์. นี้เป็นการพรรณนา ปฐมจตุกะโดยอาการทั้งปวง ดังนี้แล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ