เล่มที่ 69

ส่วนที่ 173

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 173 อ้างอิง: Book 69, Section 173 ประเภท: section


เนื้อหา

ในบทเหล่านั้น บทว่า ปลฺลงฺกํ คือนั่งพับขาโดยรอบ. บทว่า อาภุชิตฺวา คู้ คือ พับ. บทว่า อุชํ กายํ ปณิธาย ตั้งกายตรง คือ ตั้ง สรีระเบื้องบนให้ตรง ให้กระดูกสันหลัง ๑๘ ท่อนจดกัน เพราะเมื่อนั่งอย่างนี้ หนัง เนื้อ เอ็น จะไม่น้อมลง เวทนาที่เกิดขึ้นทุก ๆ ขณะเพราะหนัง เนื้อ และเอ็นน้อมลงเป็นเหตุจะไม่เกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น เมื่อเวทนาไม่เกิดจิตก็มี อารมณ์เดียว กรรมฐานไม่ตก ย่อมเข้าถึงความเจริญงอกงาม. บทว่า ปริมุขํ สตึ อุปฏฺ€เปตฺวา ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า คือ ดำรงสติเฉพาะกรรมฐาน. บทว่า โส สโตว อสฺสสติ สโต ปสฺสสติ ภิกษุนั้น เป็นผู้มีสติหายใจเข้า เป็นผู้มีสติหายใจออก คือ ภิกษุนั้นครั้นนั่งอย่างนี้และดำรงสติไว้อย่างนี้ เมื่อ ไม่ละสตินั้น ชื่อว่าเป็นต้นมีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก. ท่านอธิบายว่า เป็นผู้ทำสติ. บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงถึงประการที่ภิกษุทำสติ จึง ตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า ทีฆํ วา อสฺสสนฺโต เมื่อหายใจเข้ายาว. ในบทเหล่านั้น บทว่า ทีฆํ วา อสฺสสนฺโต เมื่อหายใจเข้ายาว คือ ลมหายใจเข้าเป็นไปยาว. หายใจเข้าสั้นก็เหมือนอย่างนั้น. อนึ่ง พึงทราบ ความที่ลมหายใจเข้าหายใจออกยาวและสั้นโดยกาล. จริงอยู่ มนุษย์ทั้งหลายบางครั้งหายใจเข้าและหายใจออกยาว เหมือน ช้างและงูเป็นต้น บางครั้งสั้นเหมือนสุนัขและกระต่ายเป็นต้น. ลมอัสสาสะ ปัสสาสะที่เหน็ดเหนื่อยยุ่งยากด้วยประการอื่นไม่มียาวและสั้น. เพราะฉะนั้นลม อัสสาสปัสสาสะเมื่อเข้าและออกตลอดกาลนานพึงทราบว่ายาว เมื่อเข้าและออก ตลอดกาลสั้นพึงทราบว่าสั้น. ในเรื่องนี้ ภิกษุนี้ เมื่อหายใจเข้า และหายใจ ออกยาวโดยอาการ ๙ อย่างดังกล่าวแล้วในตอนก่อนย่อมรู้ว่าเราหายใจเข้า หายใจออกยาว. สั้นก็เหมือนกัน อนึ่ง วรรณะ ๔ คือ ยาว สั้น ลมอัสสาสะและลมปัสสาสะ เช่นนั้นย่อมเป็นไป บนปลายจมูกของภิกษุผู้รู้อยู่ อย่างนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ