เล่มที่ 69

ส่วนที่ 52

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 52 อ้างอิง: Book 69, Section 52 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อุปาทิยติ คือ ถือเอา. เพราะพืชได้พื้นที่ที่เป็นปัจจัย ย่อม ผลิตได้. บทว่า สพฺพนฺตํ คือรสทั้งปวงนั้น. บทว่า ติตฺตกตฺตาย (เพื่อ ความเป็นของมีรสขม) ความว่า รสแผ่นดิน และรสน้ำนั้น แม้ไม่มีรสขม อาศัยพืชที่ขม ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นของขมแห่งต้นสะเดาเป็นต้น และผล เท่านั้น. บทว่า กฏุกตฺตาย (มีรสปร่า) นี้เป็นไวพจน์ของบทก่อนนั่นเอง. พึงทราบว่ารสขมในที่นี้ชื่อว่า รสปร่า เพราะไม่เป็นที่ชอบใจดุจในอาคตสถานว่า มะม่วงนี้เมื่อก่อนได้รับความนิยมมีสีกลิ่นและ รส เพราะเหตุไร มะม่วงจึงมีรสปร่าไป. บทว่า อสารตาย เพื่อความไม่เป็นสาระ คือ ไม่มีรสหวาน. ปาฐะว่า อสาทุตฺตาย บ้าง ความว่า มีรสไม่อร่อย. เพราะบทว่า สาทุ แปลว่า อร่อย. บทว่า พีชํ หิสฺส ได้แก่พืชของสะเดาเป็นต้นนั้น. บทว่า เอวเมวํ ตัดบทเป็น เอวํ เอวํ . เพราะสุขเวทนาเป็นความยินดีอย่างยิ่ง. ฉะนั้นท่าน จึงแสดงถึงโทษแห่งมิจฉาทิฏฐิ ด้วยอำนาจแห่งทุกขเวทนา. พระสารีบุตรเถระ เพื่อแสดงถึงโทษแห่งทิฏฐิโดยประเภท ๑๘ อย่าง จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อัสสาท- ทิฏฐิเป็นมิจฉาทิฏฐิ. บทนั้นมีความดังได้กล่าวไว้แล้ว. บทว่า อิเมหิ อฏฺ€ารสหิ อากาเรหิ ปริยฏ€ิตจิตฺตสฺส สํโย- โค (ความเกี่ยวข้องแห่งจิตอันทิฏฐิกลุ้มรุมด้วยอาการ ๑๘ อย่างเหล่านี้) ท่าน แสดงถึงความผูกพันในสงสารด้วยทิฏฐินั่นเอง.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ