เล่มที่ 68
ส่วนที่ 738
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 738 อ้างอิง: Book 68, Section 738 ประเภท: section
เนื้อหา
ในบทว่า พหุธา โหติ นั้น ผู้มีนิรมิตได้มากย่อมเป็นเช่นเดียว กันกับผู้มีฤทธิ์ เพราะนิรมิตไม่กำหนดไว้. ย่อมทำสิ่งที่ผู้มีฤทธิ์ทำได้ใน การยืน การนั่งเป็นต้น หรือในการพูด การนิ่งเป็นต้น. หากประสงค์ จะทำรูปนิรมิตชนิดต่าง ๆ ทำบางพวกในปฐมวัย. บางพวกในมัชฌิมวัย. บางพวกในปัจฉิมวัย. ทำบางพวกให้มีผมยาว โกนผมได้ครึ่งหนึ่ง มีผมดอกเลา มีจีวรสีแดงครึ่งหนึ่ง สีขาวครึ่งหนึ่ง สวดบทภาณ แสดงธรรมกถา สวดสรภัญญะ ถามปัญหา แก้ปัญหา ย้อมจีวร ต้มจีวร เย็บและซักจีวร เป็นต้น ก็เหมือนกัน หรือประสงค์จะทำนานัปการ อย่างอื่น. ครั้นออกจากฌานอันเป็นบาท ด้วยเหตุนั้นแล้วทำบริกรรม โดยนัยมีอาทิว่า ภิกษุประมาณเท่านี้จงเป็นปฐมวัย แล้วเข้าสมาบัติอีก ครั้นออกแล้วพึงอธิฏฐานพร้อมกับจิตอธิฏฐาน ภิกษุย่อมเป็นไปตาม ที่ตนอธิฏฐานด้วยประการฉะนี้. ในบทมีอาทิว่า พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ - หลายคนเป็น คนเดียวก็ได้ ก็มีนัยนี้. แต่มีความต่างกันดังต่อไปนี้ จริงอยู่ ภิกษุนี้ ครั้นนิรมิตรูปเป็นอันมากอย่างนี้แล้วคิดต่อไปว่า เราจักเดินจงกรมแต่ผู้ เดียวเท่านั้น. เราจักทำการสาธยาย. เราจักถามปัญหาดังนี้ก็ดี คิดว่า วิหารนี้มีภิกษุน้อย. หากภิกษุบางพวกจักมา. ภิกษุประมาณเท่านี้เหล่านี้ จักอยู่ที่ไหน. จักรู้จักเราว่านี้อานุภาพของพระเถระแน่นอนก็ดี จึง ปรารถนาว่า ขอเราจงเป็นผู้เดียวในระหว่าง เพราะเป็นผู้ปรารถนาน้อย เข้าฌานเป็นบาท ครั้นออกแล้วจึงทำบริกรรมว่า ขอเราจงเป็นผู้เดียว แล้วเข้าฌานอีก ครั้นออกแล้วพึงอธิฏฐานว่า ขอเราจงเป็นผู้เดียวเถิด. ภิกษุนั้นก็จะเป็นรูปเดียวพร้อมกับจิตอธิฏฐานนั่นเอง. เมื่อไม่ทำอย่างนี้ ย่อมเป็นรูปเดียวด้วยตนเองเท่านั้นด้วยสามารถกาลตามที่กำหนดไว้. บทว่า อาวิภาวํ คือ ทำให้ปรากฏ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ