เล่มที่ 68
ส่วนที่ 557
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 557 อ้างอิง: Book 68, Section 557 ประเภท: section
เนื้อหา
กำหนดไว้ในกาลใกล้ว่า เราจักเสวยโลกุตรสุข ดังนี้ แล้วเข้าผลสมาบัติ ในขณะที่ตนปรารถนา ๆ. การเข้าสมาบัตินั้นเป็นอย่างไร ? ตั้งไว้เป็นอย่างไร. ออก เป็นอย่างไร ? แก้ว่า การเข้าสมาบัตินั้นย่อมมีได้ด้วยอาการ ๒ อย่าง คือ ไม่ใสใจถึงอารมณ์อื่น นอกจากนิพพาน ๑ ใส่ใจนิพพาน ๑. ดังที่ท่านกล่าวว่า ดูก่อนอาวุโส ปัจจัย ๒ อย่าง คือ การ ไม่ใส่ใจถึงนิมิตทั้งปวง ด้วยสมาบัติอันเป็นเจโต- วิมุตติ หานิมิตมิได้ ๑ การใส่ใจด้วยธาตุอันหา นิมิตมิได้ ๑ ๑ . นี้เป็นลำดับของการเข้าสมาบัติในที่นี้, จริงอยู่พระอริยสาวกผู้มีความ ต้องการด้วยผลสมาบัติไปในที่ลับหลีกเร้นอยู่ พึงพิจารณาสังขารทั้งหลาย ด้วยอนุปัสนาญาณ มีอุทยัพพยานุปัสนาญาณเป็นต้น. จิตของพระ- อริยสาวกนั้นผู้พิจารณาตามลำดับที่เป็นไปแล้ว ย่อมเอิบอิ่มในนิโรธ ด้วยสามารถผลสมาบัติในลำดับแห่งโคตรภูญาณ อันมีสังขารเป็น อารมณ์. อนึ่ง เพราะจิตน้อมไปในผลสมาบัติ ผลนั่นแลย่อมเกิดแม้แก่ พระเสกขะในผลสมาบัตินี้ มิใช่มรรคเกิด. อนึ่ง ผู้ใดกล่าวว่าพระโสดาบันเริ่มตั้งวิปัสสนา ด้วยคิดว่าเรา จักเข้าผลสมาบัติ ดังนี้ แล้วจะเป็นพระสกทาคามี, และพระสกทาคามี ก็จะเป็นพระอนาคามี ดังนี้. ผู้นั้นควรกล่าวว่า เมื่อเป็นอย่างนี้ พระ- อนาคามีก็จักเป็นพระอรหันต์. พระอรหันต์ก็จักเป็นพระปัจเจกพุทธะ และพระปัจเจกพุทธะก็จักเป็นพระพุทธเจ้า ดังนี้. เพราะฉะนั้น ข้อนั้น จึงไม่มีอะไร. และก็ไม่ควรถือเอาโดยบาลีว่า ปฏิกฺขิตฺตํ - ถูกห้ามเสีย แล้วบ้าง. แต่ควรถือข้อนี้ไว้. ผลเท่านั้นย่อมเกิดแม้แก่พระเสกขะ มิใช่ มรรคเกิด .
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ