เล่มที่ 68

ส่วนที่ 271

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 271 อ้างอิง: Book 68, Section 271 ประเภท: section


เนื้อหา

ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก อย่างไร ? เมื่อพระโยคาวจรละกามฉันทะ ย่อมเสพเป็นอันมากซึ่งเนก- ขัมมะ เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก เมื่อ ละพยาบาทย่อมเสพเป็นอันมากซึ่งความไม่พยาบาท ฯลฯ เมื่อละกิเลส ทั้งปวง ย่อมเสพเป็นอันมากซึ่งอรหัตมรรค เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก อย่างนี้ ภาวนา ๙ ประการนี้. พระโยคาวจรพิจารณาเห็นรูป ชื่อว่าเจริญภาวนา พิจารณา เห็นเวทนา . . . พิจารณาเห็นสัญญา. . . พิจารณาเห็นสังขาร . . .พิจารณา เห็นวิญญาณ . . .พิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ พิจารณาเห็นชราและมรณะ . . . พิจารณาเห็นนิพพานอันหยั่งลงในอมตะด้วยอรรถว่าเป็นที่ ชื่อว่า เจริญภาวนา ธรรมใด ๆ เป็นธรรมอันเจริญแล้ว ธรรมนั้น ๆ ย่อมมี กิจเป็นอย่าเดียวกัน ชื่อว่าญาณ ด้วยอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ๆ ชื่อว่า ปัญญา ด้วยอรรถว่ารู้ชัด เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาความ ทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว คือ เครื่องรู้ชัดซึ่งธรรมที่ได้สดับมาแล้ว ว่า ธรรมเหล่านี้ควรเจริญ ชื่อว่าสุตมยญาณ. พึงทราบวินิจฉัยในภาเวตัพพนิทเทส ดังต่อไปนี้ บทว่า กายคตาสติ ได้แก่ สติสัมปยุตด้วยการมนสิการถึงอานาปานสติ อิริ- ยาบถ ๔ อิริยาบถเล็กน้อย อาการ ๓๒ ธาตุ ๔ ป่าช้า ๙ และการ กำหนดสิ่งเป็นปฏิกูล ท่านกล่าวไว้แล้วในสูตรอันว่าด้วยกายคตาสติและ สัมปยุตด้วยรูปฌานตามสมควร. สตินั้นท่านกล่าวว่า กายคตา เพราะ ไป คือ เป็นไปในกายเหล่านั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ