เล่มที่ 68

ส่วนที่ 33

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 33 อ้างอิง: Book 68, Section 33 ประเภท: section


เนื้อหา

หากจะมีคำถามว่า เพราะเหตุไร ท่านจะไม่กล่าว สมาทหิตฺวา ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺา แปลว่า ปัญญาในการกำหนดปัจจัย เพราะมี จิตตั้งมั่น เหมือนญาณที่ ๑ และญาณที่ ๒ เล่า ? ตอบว่า เพราะ สมถะและวิปัสสนาเป็นธรรมคู่กัน. สมจริงดังคาถาประพันธ์อันโบราณาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า หากว่าพระโยคีบุคคลมีจิตตั้งมั่นย่อมเห็น แจ้งได้โดยประการใดไซร้, และหากพระโยคี บุคคลเมื่อเห็นแจ้งอยู่ ย่อมมีจิตตั้งมั่นได้โดย ประการนั้น, ในกาลนั้น วิปัสสนา และสมถะ เป็นธรรมมีส่วนเสมอกัน เป็นธรรมคู่กันเป็นไป. เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ท่านกล่าวว่า ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺา ธมฺมฏฺ€ิติาณํ แปลว่า ปัญญาในการกำหนดปัจจัย เป็นธัมมัฏฐิติญาณดังนี้ไว้ ก็เพื่อจะให้รู้ว่า ตราบใดที่อริยมรรคยังไม่ ละสมาธิทำสมาธิกับปัญญาให้เป็นธรรมคู่กัน, พระโยคีบุคคลก็จำต้อง ขวนขวายอยู่ตราบนั้น. ชื่อว่า อดีต เพราะอรรถว่า ถึงแล้ว ถึงยิ่งแล้ว ก้าวล่วงแล้ว ซึ่งสภาวะของตนหรือ ขณะมีอุปปาทขณะเป็นต้น, ชื่อว่า อนาคต เพราะอรรถว่า ไม่ถึงแล้ว ไม่ถึงพร้อมแล้ว แม้ซึ่งสภาวะของตนและ ขณะมีอุปาทขณะเป็นต้นทั้ง ๒ นั้น, ชื่อว่า ปัจจุบัน เพราะอรรถว่า บรรลุแล้ว ถึงแล้ว เป็นไปแล้วเพราะอาศัยเหตุนั้น ๆ จนล่วงขณะมี อุปาทขณะเป็นต้น ในคำนี้ว่า อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ ธมฺมานํ สงฺขิปิตฺวา ววตฺถาเน ปญฺา.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ