เล่มที่ 67
ส่วนที่ 283
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 283 อ้างอิง: Book 67, Section 283 ประเภท: section
เนื้อหา
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงธรรมโดยอนุโลม ตามอัธยาศัยของภัทราวุธมาณพนั้น จึงได้ตรัสคาถาต่อ ๆ ไป. ในบทเหล่านั้นบทว่า อาทานตณฺหํ ตัณหาเครื่องยึดถือ คือตัณหา เครื่องยึดถือ คือยึดถือรูปเป็นต้น. อธิบายว่า ยึดถือมั่นด้วยตัณหา. บทว่า ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ คือ เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายยึดถือบรรดา อุปาทานขันธ์เป็นต้นเหล่านั้น อุปาทานขันธ์ใด ๆ ในโลก. บทว่า เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุํ มารย่อมไปตามสัตว์ด้วยอภิสังขารคือกรรม นั่นเอง คือมารย่อมไปตามสัตว์นั้นในขณะปฏิสนธิด้วยอภิสังขาร คือ กรรมอันเกิดขึ้นเพราะอุปาทานเป็นปัจจัยนั้นนั่นเอง. บทว่า ตสฺมา ปชานํ เพราะเหตุนั้น ภิกษุรู้อยู่ คือเพราะเหตุนั้น ภิกษุรู้ซึ่งโทษนั้นหรือสังขารทั้งหลาย ด้วยอำนาจความเป็นของไม่เที่ยง เป็นต้น. บทว่า อาทานสตฺเต อิติ เปกฺขมาโน ปชํ อิมํ มจฺจุเธยฺเย วิสตฺตํ เมื่อเห็นหมู่สัตว์นี้ผู้ข้องอยู่ในบ่วงแห่งมัจจุว่า เป็นผู้ติดอยู่ใน รูปาทิขันธ์เครื่องยึดถือ คือเมื่อเห็นหมู่สัตว์นี้ผู้ข้องอยู่ในบ่วงแห่งมัจจุใน สรรพโลกว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในรูปเป็นต้นเครื่องยึดถือ ด้วยอรรถว่า ควร ยึดถือ หรือเห็นอยู่ซึ่งบุคคลผู้ข้องอยู่ในรูปาทิขันธ์เครื่องยึดถือ คือการ ยึดมั่นถือมั่น และหมู่สัตว์ผู้ติดอยู่ในบ่วงเเห่งมาร เพื่อถือเอารูปาทิขันธ์ เครื่องยึดถือว่า สามารถล่วงพ้นจากบ่วงมัจจุได้ พึงเป็นผู้มีสติ ไม่เข้าไป ยึดถืออะไร ๆ ในโลกทั้งปวง. บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดดีแล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ