เล่มที่ 67
ส่วนที่ 230
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 230 อ้างอิง: Book 67, Section 230 ประเภท: section
เนื้อหา
อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นผู้อาจ องอาจ สามารถ ผู้กล้า ผู้แกล้วกล้า ผู้ก้าวหน้า ผู้ไม่ขลาด ผู้ไม่หวาดเสียว ผู้ไม่สะดุ้ง ผู้ไม่หนี ละความกลัวความขลาดเสียแล้ว ปราศจากความเป็นผู้มีขนลุก ขนพอง แม้เพราะเหตุนี้ พระองค์จึงชื่อว่าพระสักกะ. คำว่า ข้าแต่พระสักกะ ข้าพระองค์จะพึงรู้จักมุนีได้อย่างไร ความ ว่า ข้าแต่พระสักกะ ข้าพระองค์จะพึงรู้จัก คือ พึงรู้แจ้ง รู้แจ้งเฉพาะ รู้ประจักษ์ ซึ่งมุนีได้อย่างไร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าแต่พระสักกะ ข้าพระองค์จะพึงรู้จักมุนีได้อย่างไร. คำว่า ตํ ในอุเทศว่า ตมฺเม วิยาจิกฺข สมนฺตจกฺขุ ดังนี้ ความว่า ข้าพระองค์ขอทูลถาม ทูลวิงวอน เชื้อเชิญ ขอให้ ประสาท ซึ่งปัญหาใด. คำว่า ขอโปรดตรัสบอกให้แจ้ง ความว่า ขอจงตรัสบอก... ขอจงประกาศ พระสัพพัญญุตญาณ เรียกว่า สมันตจักษุ ในคำว่า สมนฺตจกฺขุ ฯ ล ฯ เพราะฉะนั้น พระตถาคตจึงชื่อว่า มีพระสมันตจักษุ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระสมันตจักษุ ขอพระองค์ โปรดตรัสบอกให้แจ้งซึ่งปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ เพราะเหตุนั้น พราหมณ์ นั้นจึงกล่าวว่า ผู้นั้นไม่มีความหวังหรือยังมีหวังอยู่ มีปัญญาหรือมี ความก่อ (ตัณหาทิฏฐิ) ด้วยปัญญา ข้าแต่พระสักกะ ข้าพระองค์จะพึงรู้จักมุนีได้อย่างไร ข้าแต่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าผู้มีสมันตจักษุ ขอพระองค์โปรดตรัสบอกให้แจ้ง ซึ่งปัญหานั้น แก่ข้าพระองค์.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ