เล่มที่ 67

ส่วนที่ 182

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 182 อ้างอิง: Book 67, Section 182 ประเภท: section


เนื้อหา

ญาณ ตรัสว่า โมนะ ในคำว่า มุนี ฯ ล ฯ มุนีนั้นล่วงแล้วซึ่ง ราคาทิธรรมเป็นเครื่องข้องและตัณหาเป็นดังว่าข่าย. คำว่า พ้นแล้วจากนามกาย ความว่า มุนีนั้นพ้นจากนามกาย และรูปกายก่อนแล้วโดยปกติ คือ มุนีนั้นละนามกายและรูปกายแล้ว ด้วย การละ คือความล่วงและความข่ม ด้วยองค์นั้น ๆ อาศัยพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วได้อริยมรรค ๔ เพราะเป็นผู้ได้อริยมรรค ๔ จึงกำหนดรู้นามกาย และรูปกาย เพราะเป็นผู้กำหนดรู้นามกายและรูปกาย จึงพ้น คือ พ้น วิเศษจากนามกายและรูปกายด้วยความพ้นวิเศษส่วนเดียว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า มุนีพ้นแล้วจากนามกาย ... ฉันนั้น. คำว่า ย่อมถึงความไม่มี ในอุเทศว่า " อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ " ดังนี้ ความว่า มุนีนั้นย่อมปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสส- นิพพานธาตุ คือ ปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ. คำว่า ย่อมไม่เข้าถึงความนับ ความว่า มุนีนั้นย่อมไม่เข้าถึงความ นับ คือ ไม่เข้าถึงความอ้าง ความคาดคะเน ความบัญญัติว่า เป็นกษัตริย์ เป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ เป็นศูทร เป็นคฤหัสถ์ เป็นบรรพชิต เป็น เทวดา เป็นมนุษย์ เป็นสัตว์มีรูป เป็นสัตว์ไม่มีรูป เป็นสัตว์มีสัญญา เป็นสัตว์ไม่มีสัญญา หรือว่าเป็นสัตว์มีสัญญาก็มิใช่ไม่มีสัญญาก็มิใช่ มุนี นั้นไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย ไม่มีการณ์ เครื่องให้ถึงการนับ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมถึงความไม่มี ไม่เข้าถึงความนับ เพราะเหตุนั้น พระผู้มี- พระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เปลวไฟดับไปแล้วเพราะกำลังลม ย่อมถึงความไม่มี ไม่เข้าถึงความนับ ฉันใด มุนีพ้นแล้วจากนามกาย ย่อม ถึงความไม่มี ไม่เข้าถึงความนับ ฉันนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ