เล่มที่ 66
ส่วนที่ 339
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 339 อ้างอิง: Book 66, Section 339 ประเภท: section
เนื้อหา
ธรรมชาติอะไร ๆ อันใดที่ควรแนะนำ ควรรู้ เป็นไปใน ๓ กาล หรือพ้นกาลไปแล้วมีอยู่ พระตถาคตทรงทราบ คือทรงรู้ทรงแทงตลอด ธรรมชาตินั้นทั้งหมด ด้วยพระสัพพัญญุตญาณอันยิ่ง. ในบทนี้พึงเห็นว่า อัตถิ ศัพท์ เป็นอัพยยศัพท์ในกาล โดยถือเอา ๓ กาลและพ้นกาลด้วย อัตถิ ศัพท์. บทว่า ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขุ ด้วยเหตุนั้นพระตถาคตจึง ชื่อว่าผู้มีสมันตจักษุ คือชื่อว่า สมันตจักษุ เพราะมีญาณจักษุอันเป็นไปแล้ว โดยรอบคือโดยประการทั้งปวง เพราะแสดงโดยไม่เหลือด้วยกาลด้วย โอกาส. ท่านอธิบายไว้ว่า เพราะเหตุตามที่กล่าวแล้วนั้น พระตถาคต จึงเป็นพระสัพพัญญูผู้มีสมันตจักษุ พระสัพพัญญุตญาณ สำเร็จลงแล้วด้วย เทศนาอันเป็นบุคลาธิษฐานด้วยคาถานี้. บทว่า น อิติหิติหํ คือ มิใช่โดยต้องเชื่อต่อผู้อื่นว่า ธรรมนี้เป็น ดังนี้ ธรรมนี้เป็นดังนี้. บทว่า น อิติกิริยาย คือ มิใช่โดยได้ยินต่อ ๆ กันมาว่า ได้ยินว่านี้เป็นอย่างนี้. บทว่า น ปรมฺปราย คือ มิใช่โดยถือตาม ลำดับสืบ ๆ กันมา. บทว่า น ปิฏกสมฺปทาย มิใช่โดยอ้างตำรา คือมิใช่ โดยอ้างว่านี้เหมาะสมกับตำราพระไตรปิฎกของเรา. บทว่า น ตกฺกเหตุ มิใช่โดยนึกเอา คือมิใช่โดยคาคคะเนเอา บทว่า น อาการปริวิตกฺเกน มิใช่โดยตรึกตามอาการ คือมิใช่ตรึกตามเหตุอย่างนี้ว่า เหตุการณ์นี้ดี. บทว่า น ทิฏฺินินชฺฌานกฺขนฺติยา มิใช่โดยชอบว่าควรแก่ทิฏฐิของตน คือ มิใช่ว่าเหมาะสมกับทิฏฐิที่เราชอบแล้วถือเอา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ