เล่มที่ 66
ส่วนที่ 81
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 81 อ้างอิง: Book 66, Section 81 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า รโส รส เป็นบทยกขึ้นแสดงถึงบทไขความ. บทว่า มูลรโส มีรสที่ราก คือมีรสเกิดขึ้นเพราะอาศัยรากอย่างใดอย่างหนึ่ง. แม้ในรส เกิดที่ลำต้น ก็มีนัยนี้แล. บทว่า อมฺพิลํ รสเปรี้ยว มีรสเปรี้ยวของ เปรียงเป็นต้น . บทว่า มธุรํ มีรสหวาน คือมีนมโคและเนยใสเป็นต้น มีรสหวานโดยส่วนเดียว. แต่น้ำผึ้งผสมกับรสฝาดเก็บไว้นานก็เฝื่อนได้. น้ำอ้อยผสมกับรสเค็มเก็บไว้นานก็มีรสปร่าได้. ส่วนเนยใส เก็บไว้นาน แม้ละสีและกลิ่นก็ไม่เสียรส เพราะฉะนั้นเนยใสนั้นจึงมีรสหวานส่วนเดียว. บทว่า ติตฺตกํ รสขม ได้แก่ ใบสะเดาเป็นต้น. บทว่า กฏุกํ รสเผ็ด ได้แก่ ขิง และพริกไทยเป็นต้น. บทว่า โลณิกํ รสเค็ม ได้แก่ เกลือ สินเธาว์เป็นต้น. บทว่า ขาริกํ รสปร่า ได้แก่มะอึกและหน่อไม้เป็นต้น . บทว่า ลมฺพิลํ ๑ รสเฝื่อน ได้แก่ พุทรา มะขวิดและใบโลทเป็นต้น. บทว่า กสาวํ รสฝาด ได้แก่สมอไทยเป็นต้น . รสแม้ทั้งหมดเหล่านั้นท่าน ก็กล่าวไว้โดยเป็นวัตถุ. แต่ในที่นี้พึงทราบว่าท่านกล่าวถึงรสอันมีรสนั้น ๆ เป็นวัตถุ โดยชื่อมีรสเปรี้ยวเป็นต้น. บทว่า สาทุ รสอร่อย คือรสที่ชอบ. บทว่า อสาทุ รสไม่อร่อย คือรสที่ไม่ชอบ. แม้ด้วยสองบทนี้ก็เป็นอัน มุ่งหมายถึงรสแม้ทั้งหมด. บทว่า สีตํ คือ มีรสเย็น. บทว่า อุณฺหํ คือ มีรสร้อน. รสนี้แม้จะต่างกันโดยประเภทมีรสที่รากเป็นต้น อย่างนี้ก็ไม่ ต่างกันโดยลักษณะเป็นต้น. รสทั้งหมดนี้มีการกระทบที่ลิ้นเป็นลักษณะ ความรู้สึกที่ลิ้นเป็นรส มีรสนั้นนั่นแลเป็นอาหาร เป็นเครื่องปรากฏ. บทว่า เต ชิวฺหคฺเคน รสคฺคานิ คือ สมณพราหมณ์เหล่านั้น เที่ยว ๑. ม. ลมฺพิกํ แสวงหารสอันเลิศด้วยปลายชิวหาประสาท. บทว่า ปริเยสนฺตา คือ เที่ยว แสวงหา. บทว่า อาหิณฺฑนฺติ คือ เที่ยวไปในที่นั้นๆ. บทว่า เต อมฺพิลํ ลภิตฺวา อนนฺพิลํ ปริเยสนฺติ สมณพราหมณ์เหล่านั้น ได้รสเปรี้ยว ก็แสวงหารสไม่เปรี้ยว คือได้รสเปรี้ยวมีเปรียงเป็นต้น ก็แสวงหารสไม่ เปรี้ยว. เปลี่ยนไปแล้ว ๆ เล่า ๆ อยู่ทั้งหมดอย่างนี้. บทว่า ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ ภิกษุพิจารณาโดยแยบคายแล้วจึงฉันอาหาร คือรู้ด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาแล้วจึงฉันโดยอุบายแยบคาย.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ