เล่มที่ 65

ส่วนที่ 682

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 682 อ้างอิง: Book 65, Section 682 ประเภท: section


เนื้อหา

คำว่า เป็นผู้ใคร่ความสรรเสริญ กล่าวว่าตนเป็น คนฉลาด มีความว่า คำว่า เป็นผู้ใคร่ความสรรเสริญ ได้แก่ เป็น ผู้ใคร่ความสรรเสริญ ต้องการความสรรเสริญ ประสงค์ความสรรเสริญ มุ่งหมายความสรรเสริญ เที่ยวแสวงหาความสรรเสริญ. คำว่า กล่าวว่าตน เป็นคนฉลาด ได้แก่ พูดว่าตนเป็นคนฉลาด พูดว่าตนเป็นบัณฑิต พูดว่าตนเป็นนักปราชญ์ พูดว่าตนเป็นผู้มีญาณ พูดว่าคนเป็นผู้มีเหตุ พูดว่าตนเป็นผู้มีลักษณะ พูดว่าตนเป็นผู้มีการณะ ด้วยลัทธิของตน เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า เป็นผู้ใคร่ความสรรเสริญ กล่าวว่าตนเป็นผู้ฉลาด เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- สมณพราหมณ์เหล่านั้น ใคร่วาทะ เข้าไปสู่บริษัท เป็นคู่ปรับ ย่อมมุ่งกันและกันว่าเป็นพาล สมณพราหมณ์ เหล่านั้นอาศัยสิ่งอื่นแล้ว ย่อมกล่าวถ้อยคำคัดค้านกัน เป็นผู้ใคร่ความสรรเสริญ กล่าวว่าตนเป็นคนฉลาด. ชนผู้ประกอบถ้อยคำในท่ามกลางบริษัท เมื่ออยาก ได้ความสรรเสริญ ย่อมเป็นผู้ลังเลใจ ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน ในเมื่อถ้อยคำของตนถูกเขาค้านตกไป ย่อมขัดเคืองเพราะ ความติเตียนย่อมเป็นผู้แสวงหาช่องทางแก้ตัว. คำว่า ชนผู้ประกอบถ้อยคำในท่านกล่างบริษัท มี ความว่า ชนผู้ประกอบ คือ ประกอบทั่ว ประกอบเอื้อเฟื้อ ประกอบ ด้วยดี ประกอบพร้อม ในถ้อยคำของตน เพื่อกล่าวในท่ามกลางขัตติย บริษัท พราหมณบริษัท คหบดีบริษัท สมณบริษัท เพราะฉะนั้น จึงชื่อ ว่า ชนผู้ประกอบถ้อยคำในท่ามกลางบริษัท .


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ