เล่มที่ 65
ส่วนที่ 625
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 625 อ้างอิง: Book 65, Section 625 ประเภท: section
เนื้อหา
คำว่า ภิกษุเห็นความเสื่อมแม้นั้นแล้ว พึงศึกษาเพื่อละ เมถุนธรรมเสีย มีความว่า ภิกษุพึงศึกษาแม้อธิศีล พึงศึกษาแม้อธิจิต พึงศึกษาแม้อธิปัญญา เพื่อละ เพื่อสงบ เพื่อสละคืน เพื่อระงับเมถุนธรรม คือภิกษุเมื่อนึก เมื่อรู้ เมื่อเห็น เมื่อพิจารณา เมื่ออธิษฐานจิต เมื่อ น้อมจิตไปด้วยศรัทธา เมื่อประคองความเพียร เมื่อเข้าไปตั้งสติ เมื่อตั้งจิต ให้มั่น เมื่อรู้ชัดด้วยปัญญา เมื่อรู้ยิ่งธรรมที่พึงรู้ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้ธรรมที่ พึงกำหนดรู้ เมื่อละธรรมที่พึงละ เมื่อเจริญธรรมที่พึงเจริญ เมื่อทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมที่พึงทำให้แจ้ง พึงศึกษา พึงประพฤติเอื้อเฟื้อ ประพฤติด้วยดี สมาทานประพฤติซึ่งสิกขา ๓ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ภิกษุเห็น ความเสื่อมแม้นั้นแล้ว พึงศึกษาเพื่อละเมถุนธรรมเสีย เพราะ เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :- ยศและเกียรติในกาลก่อนของภิกษุนั้นย่อมเสื่อมไป ภิกษุเห็นความเสื่อมแม้นั้นแล้ว พึงศึกษาเพื่อละเมถุนธรรม เสีย . ภิกษุนั้นถึงพร้อมด้วยความดำริ ย่อมซบเซา เหมือน คนกำพร้า ได้ยินเสียงติเตียนของชนเหล่าอื่นแล้ว ย่อม เป็นผู้เก้อเขินเป็นผู้เช่นนั้น. คำว่า ภิกษุนั้นถึงพร้อมด้วยความดำริ ย่อมซบเซา เหมือนคนกำพร้า มีความว่าภิกษุนั้น อันความดำริในกาม ดำริใน พยาบาท ดำริในควานเบียดเบียน ดำริด้วยทิฏฐิ ถูกต้อง ครอบงำ กลุ้มรุม ประกอบ ย่อมซบเซา. ซึมเซา เซื่อมซึม หงอยเหงา เหมือนคนกำพร้า คนโง่ คนหลงใหล นกเค้าคอยดักจับหนูอยู่ที่กิ่งไม้ ย่อมซบเซา ซึมเซา เซื่อมซึม หงอยเหงา ฉันใด สุนัขจิ้งจอก ดักจับปลาอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ ย่อมซบเซา ซึมเซา เซื่อมซึม หงอยเหงา ฉันใด แมวคอยดักจับหนู. อยู่ในที่ต่อ ที่ท่อน้ำ ที่ฝั่งน้ำมีเปือกตม ย่อมซบเซา ซึมเซา เซื่อมซึม หงอยเหงา ฉันใด ลามีแผลที่หลัง ย่อมซบเซา ซึมเซา เซื่อมซึม หงอยเหงาอยู่ในที่โขดหิน ที่ท่าน้ำ และฝั่งมีเปือกตม ฉันใด ภิกษุนั้น ผู้หมุนไปผิด อันความดำริในกาม ดำริในพยาบาท ดำริในความเบียดเบียน ดำริด้วยทิฏฐิ ถูกต้อง ครอบงำ กลุ้มรุม ประกอบ ย่อมซบเซา ซึมเซา เซื่อมซึม หงอยเหงา ฉันนั้น เหมือนคนกำพร้า คนโง่ คนหลงใหล เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ภิกษุนั้นถึงพร้อมด้วยความดำริ ย่อมซบเซา เหมือนคนกำพร้า .
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ