เล่มที่ 65

ส่วนที่ 461

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 461 อ้างอิง: Book 65, Section 461 ประเภท: section


เนื้อหา

คำว่า พราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจดในอารมณ์ที่ เห็น อารมณ์ที่ได้ยิน ศีลและวัตร หรืออารมณ์ที่ทราบ โดยมรรค อื่น มีความว่า ศัพท์ว่า น เป็นปฏิเสธ. คำว่า พราหมณ์ มีความว่า บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เพราะลอยเสียแล้วซึ่งธรรม ๗ ประการ คือ เป็นผู้ลอยสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ราคะ โทสะ โมหะ มานะ และบุคคลผู้เป็นพราหมณ์นั้น ลอยเสียแล้วซึ่งอกุศลธรรมอันลามก ทั้งหลาย อันเป็นปัจจัยแห่งความเศร้าหมอง ให้เกิดในภพใหม่ มีความ กระวนกระวาย มีวิบากเป็นทุกข์ เป็นปัจจัยแห่งชาติชราและมรณะต่อไป สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- ดูก่อนสภิยะ บุคคลใดลอยบาปทั้งปวงเสียแล้ว ปราศจากมลทิน มีจิตตั้งมั่นด้วยดี มีตนตั้งอยู่แล้ว บุคคล นั้น เรียกว่า เป็นผู้สำเร็จกิจเพราะล่วงสงสารได้แล้ว อัน ตัณหาทิฏฐิไม่อาศัย เป็นผู้คงที่ เรียกว่า เป็นพราหมณ์. ว่าด้วยการเชื่อถือว่าเป็นมงคล ไม่เป็นมงคล คำว่า พราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจด.......โดยมรรคอื่น มี ความว่า พราหมณ์ไม่กล่าว ไม่บอก ไม่พูด ไม่แสดง ไม่แถลง ซึ่งความ หมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ โดยมรรคอื่น คือ โดยมรรคอันไม่หมดจด ปฏิปทาผิด ทาง อันไม่นำออก นอกจากสติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ อริยมรรคมีองค์ ๘. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พราหมณ์ไม่ กล่าวความหมดจด....โดยมรรคอื่น คำว่า ในอารมณ์ที่เห็น อารมณ์ที่ ได้ยิน ศีลและวัตร หรืออารมณ์ที่ทราบ มีความว่า สมณพราหมณ์ บางพวกปรารถนาความหมดจด ด้วยการเห็นรูป สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมเชื่อถือการเห็นรูปบางอย่างว่า เป็นมงคล ย่อมเชื่อถือการเห็นรูปบาง อย่างว่า ไม่เป็นมงคล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ