เล่มที่ 65

ส่วนที่ 381

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 381 อ้างอิง: Book 65, Section 381 ประเภท: section


เนื้อหา

ดูก่อนพราหมณ์ ธรรมที่ควรรู้ยิ่ง เรารู้ยิ่งแล้ว ธรรม ที่ควรเจริญ เราเจริญแล้ว และธรรมที่ควรละ เราละได้ แล้ว ฉะนั้น เราจึงเป็น พุทธะ. อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นตรัสรู้โดยชอบและด้วย พระองค์เอง ซึ่งธรรมทั้งหลายแม้ด้วยการยกขึ้นเป็นบท ๆ อย่างนี้ว่า จักษุ ชื่อว่า ทุกขสัจ, ตัณหาอันมีมาแต่เดิม ที่เป็นสมุฏฐาน โดยความเป็นมูล เหตุแห่งจักษุนั้น ชื่อว่าสมุทัยสัจ. ความไม่เป็นไปแห่งทุกขสัจและสมุทย- สัจทั้ง ๒ ชื่อว่า นิโรธสัจ, ปฏิปทาเครื่องรู้ชัดนิโรธ ชื่อว่า มรรคสัจ. ในโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ และมโน ก็นัยนี้. อนึ่ง อายตนะ ๖ มีรูปายตนะ เป็นต้น, หมวดแห่งวิญญาณ ๖ มีจักขุวิญญาณเป็นต้น, ผัสสะ ๖ มีจักขุสัมผัสสะเป็นต้น, เวทนา ๖ มี จักขุสัมผัสสชาเวทนาเป็นต้น, สัญญา ๖ มีรูปสัญญาเป็นต้น, เจตนา ๖ มีรูปสัญเจตนาเป็นต้น. วิตก ๖ มีรูปวิตกเป็นต้น, วิจาร ๖ มีรูปวิจารเป็นต้น, ขันธ์ ๕ มีรูปขันธ์เป็นต้น, กสิณ ๑๐, อนุสสติ ๑๐, สัญญา ๑๐ มีอุทธุ มาตกสัญญาเป็นต้น. อาการ ๓๒ มีเกสาเป็นต้น, อายตนะ ๑๒, ธาตุ ๑๘ ภพ ๙ มีกามภพเป็นต้น, ฌาน ๔ มีปฐมฌานเป็นต้น. อัปปมัญญา ๔ มีเมตตาภาวนาเป็นต้น, อรูปสมาบัติ ๔. องค์แห่งปฏิจจสมุปบาท โดย ปฏิโลมมีชราและมรณะเป็นต้น โดยอนุโลมมีอวิชชาเป็นต้น พึงประกอบ โดยนัยนี้เหมือนกัน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ