เล่มที่ 65
ส่วนที่ 122
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 122 อ้างอิง: Book 65, Section 122 ประเภท: section
เนื้อหา
วิริยะ นั่นนั้น มีความค้ำจุนเป็น ลักษณะ หรือมีความประคองเป็น ลักษณะ มีความค้ำจุนสหชาตธรรมเป็น รส . มีการไม่จมเป็น ปัจจุปัฏฐาน . มีความสังเวชหรือเรื่องปรารภความเพียรเป็น ปทัฏฐาน . โดยพระบาลีว่า ผู้สังเวชย่อมเริ่มตั้งโดยแยบคาย. พึงเห็นว่า ความเพียร ที่เริ่มแล้วเป็นมูลแห่งสมบัติทุกอย่าง ชื่อว่า วีริยพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวในความเกียจคร้าน. ลักษณะเป็นต้นของสติ ได้กล่าวไว้แล้วเทียว. ชื่อว่า สติพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวในความลืมสติ. ชื่อว่า สมาธิ เพราะอรรถว่า ให้ยึดมั่น คือตั้งไว้ซึ่งสหชาต ปัจจัยทั้งหลาย โดยชอบ. สมาธินั้น มีความเป็นหัวหน้าเป็น ลักษณะ , หรือมี ความไม่ซัดส่ายเป็น ลักษณะ , หรือความไม่ฟุ้งซ่านไปเป็น ลักษณะ . มี การประมวลสหชาตธรรมทั้งหลายไว้ในอารมณ์เป็นรส, ดุจน้ำประมวล จุรณสำหรับอาบไว้. มีความสงบหรือญาณเป็น ปัจจุปัฏฐาน สมจริงดังที่ ตรัสไว้ว่า ผู้มีจิตตั้งมั่นแล้วย่อมรู้ ย่อมเห็นตามเป็นจริง. โดยพิเศษมี ความสุขเป็น ปทัฏฐาน . พึงเห็นว่า ความตั้งมั่นแห่งใจเหมือนความหยุด นิ่งของเปลวประทีปในที่สงัดลม ชื่อว่า สมาธิพละ เพราะอรรถว่า ไม่ หวั่นไหวในความฟุ้งซ่าน. ชื่อว่า ปัญญา เพราะอรรถว่า รู้ชัด, รู้ชัดอะไร ? รู้ชัดอริยสัจ ทั้งหลายโดยนัยเป็นต้นว่า นี้ทุกข์ ดังนี้. ปัญญานั้นมีการแทงตลอดตาม สภาวะเป็น ลักษณะ , หรือมีการแทงตลอดไม่พลาดเป็น ลักษณะ , เหมือน การแทงตลอดของลูกธนูที่ยิงไปด้วยธนูของผู้มีฝีมือ. มีการส่องสว่างซึ่ง อารมณ์เป็นรส. เหมือนดวงประทีป. มีความไม่ลุ่มหลงเป็น ปัจจุปัฏฐาน เหมือนผู้ชี้แจงอย่างดีแก่ผู้ไปป่า. ชื่อว่า ปัญญาพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวในอวิชชา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ