เล่มที่ 65

ส่วนที่ 46

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 46 อ้างอิง: Book 65, Section 46 ประเภท: section


เนื้อหา

ในข้อนี้มีเรื่องนันทมาณพและบุตรของโสเรยยเศรษฐี เป็นต้นเป็นตัว อย่าง. กิเลสกามชื่อว่ากาม เพราะอรรถว่า ให้ใคร่เอง ด้วยอรรถคือให้เร่า ร้อน ด้วยอรรถคือเบียดเบียน. สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลผู้กำหนัดแล้วแล ถูกราคะครอบงำแล้ว มีจิตถูกราคะครอบงำ ย่อม จงใจเบียดเบียนตนบ้าง ย่อมจงใจเบียดเบียนคนอื่นบ้าง ย่อมจงใจเบียด เบียนทั้งคนและคนอื่นบ้าง ดังนี้, และว่า ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลผู้กำหนัด แล้วแล ย่อมฆ่าสัตว์บ้าง ย่อมลักทรัพย์บ้าง ย่อมถึงทาระของผู้อื่นบ้าง ย่อมกล่าวมุสาบ้าง ดังนี้ ตัวอย่างมีอย่างนี้เป็นต้น. พระสารีบุตรเถระประ- สงค์จะกล่าวมหานิทเทสนั้น แลให้พิสดารด้วย ปฏินิทเทส จึงกล่าวคำมี อาทิว่า กตเม วตฺถุกามา วัตถุกามเป็นไฉน ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กตเม เป็น กเถตุกัมยตาปุจฉา. ความ จริง ปุจฉามี ๕ อย่าง วิภาคแห่งปุจฉาเหล่านั้น จักมีแจ้งในบาลีข้างหน้า นั้นแล. บรรดาปุจฉา ๕ อย่างนั้น นี้เป็นกเถตุกัมยตาปุจฉา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มนาปิกา ความว่า ชื่อว่า มนาปา เพราะอรรถว่า ยังใจให้เอิบอาบ คือให้เจริญ มนาปา นั่นแหละ เป็น มนาปิกา . บทว่า รูปา ได้แก่ รูปารมณ์ ซึ่งมีสมุฏฐาน ๔ คือ กรรม จิต อุตุ อาหาร, ชื่อว่า รูป เพราะอรรถว่าแตกดับไป อธิบายว่า เมื่อ สีเปลี่ยนไป ย่อมประกาศภาวะที่ถึงหทัย.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ