เล่มที่ 64
ส่วนที่ 419
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 419 อ้างอิง: Book 64, Section 419 ประเภท: section
เนื้อหา
นั่นหน้าของใครหนองามยิ่งนัก ดัง ทองคำอันนายช่างหลอมด้วยไฟสุกใส หรือดังแท่ง ทองคำอันละลายคว้างที่ปากเบ้า ฉะนั้น เด็กทั้งสอง คนนี้มีอวัยวะคล้ายคลึงกัน มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คน หนึ่งคล้ายคลึงพ่อชาลี คนหนึ่งเหมือนแม่กัณหาชินา ทั้งสองคนมีรูปเสมอกัน ดังราชสีห์ออกจากถ้ำทอง ฉะนั้น เด็กสองคนนี้ปรากฏเหมือนดังหล่อด้วยทองคำ เทียว. ดูก่อนภารทวาชพราหมณ์ ท่านนำเด็ก ทั้งสองคนนี้มาจากไหนหนอ ท่านมาจากไหน ลุถึง แว่นแคว้นของเราในวันนี้. ชูชกทูลว่า ข้าแต่พระเจ้าสญชัยสมมติเทพ กุมาร ทั้งสองนี้มีผู้ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยความพอใจ ตั้งแต่ วันที่ข้าพระองค์ได้สองกุมารนี้มา คืนวันนี้เป็นคืนที่ ๑๕ พระเจ้าสญชัยตรัสว่า [๑๒๑๘] ท่านมีถ้อยคำดูดดื่มเพียงไร จึงได้เด็ก สองคนนี้มา ท่านควรทำให้เราเชื่อโดยเหตุที่ชอบ ใคร ให้ลูกน้อยทั้งหลาย อันเป็นอุดมทาน ให้ทานนั้นแก่ ท่าน. ชูชกทูลว่า [๑๒๑๙] พระองค์ใดเป็นที่พึ่งของเหล่ายาจกผู้ มาขอ ดังธรณีเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย พระองค์นั้น คือ พระเวสสันดรราชซึ่งเสด็จไปอยู่ป่า ได้พระราช- ทานพระราชโอรส และพระราชธิดาแก่ข้าพระองค์ พระองค์ได้เป็นที่รับรองของเหล่ายาจกผู้มาขอ เหมือน สาครเป็นที่รับรองแห่งแม่น้ำทั้งหลายซึ่งไหลลงไป ฉะนั้น พระองค์นั้น คือ พระเวสสันดรราชซึ่งเสด็จ ไปอยู่ป่า ได้พระราชทานพระราชโอรสและพระราช- ธิดาแก่ข้าพระองค์. พวกอำมาตย์ทูลว่า [๑๒๒๐] ดูก่อนท่านผู้เจริญทั้งหลาย พระราชา ยังทรงครองเรือนอยู่เป็นผู้มีศรัทธา ทรงกระทำ ธรรมไม่สมควรหนอ พระเวสสันดรถูกขับไล่ออกไป อยู่ป่า พึงพระราชทานพระราชโอรสและพระราชธิดา อย่างไรหนอ ท่านผู้เจริญทั้งหลายมีประมาณเท่าใด ซึ่งมาประชุมกันอยู่ในสมาคมนี้ จงพิจารณาเรื่องนี้ พระเวสสันดรราชประทับอยู่ในป่า อย่างไรจะพระ- ราชทานพระราชโอรสและพระราชธิดาเล่า พระองค์ ควรจะพระราชทานทาส ทาสี ม้า แม่ม้าอัศดร รถ ช้างกุญชร ทำไมจึงพระราชทานพระราชกุมารทั้งสอง เล่า. พระชาลีกุมารทูลว่า ข้าแต่สมเด็จพระอัยกา ทาส ม้า แม่ น่าอัสดร รถ และช้างกุญชรตัวประเสริฐ ในเรือน ของผู้ใดไม่มี ผู้นั้นจะพึงให้อะไรพระเจ้าข้า. พระเจ้าสญชัยตรัสว่า. ดูก่อนพระหลานน้อย ปู่สรรเสริญ ทานแห่งบิดาของเจ้านั้น ปู่ไม่ได้ติเตียนเลย หฤทัย แห่งบิดาของเจ้าเป็นอย่างไรหนอ เพราะให้เจ้าทั้ง สองแก่พราหมณ์แล้ว. พระชาลีกุมารทูลว่า ข้าแต่พระอัยกามหาราช พระบิดา ของเกล้ากระหม่อม. พระราชทานเกล้ากระหม่อมทั้ง สองแก่พราหมณ์แล้ว ได้สดับถ้อยคำร่ำพิลาป ที่พระ น้องกัณหาได้กล่าวแล้ว. ทรงมีพระหฤทัยเป็นทุกข์และเร่าร้อน มีดวงพระเนตรแดงดังหนึ่งดาวโรหิณี และมีพระอัส- สุชลหลั่งไหล. [๑๒๒๕] พระน้องกัณหาชินาได้กราบทูลสมเด็จ พระบิดาดังนี้ว่า ข้าแต่พระบิดาเจ้าขา พราหมณ์นี้ เฆี่ยนตีเกล้ากระหม่อมฉันด้วยไม้เท้า ดังเฆี่ยนตีหญิง ทาสีอันเกิดในเรือนเบี้ย พระบิดาเจ้าขา ผู้นี้ไม่ใช่ พราหมณ์เป็นแน่ พราหมณ์ทั้งหลายย่อมตั้งอยู่ในธรรม ยักษ์แปลงเพศเป็นพราหมณ์มานำเอาเกล้ากระหม่อม ฉันทั้งสองไปเพื่อจะกิน พระบิดาเจ้าขา เกล้ากระ- หม่อมฉันทั้งสองถูกปีศาจนำไป ไฉนพระบิดาจึงทรง นิ่งดูดายเสียเล่าหนอ เพคะ. พระราชาตรัสว่า [๑๒๒๖] มารดาของเจ้าทั้งสองเป็นพระราชบุตร และบิดาของเจ้าทั้งสองเป็นพระราชบุตร แต่ก่อนเจ้า ทั้งสองเคยขึ้นตักของปู่ บัดนี้เหตุไรจึงยืนอยู่ห่างไกล เล่าหนอ. พระกุมารทูลว่า [๑๒๒๗] พระมารดาของเกล้ากระหม่อมทั้งสอง เป็นพระราชบุตร และพระบิดาของเกล้ากระหม่อม ทั้งสองเป็นพระราชบุตร แต่บัดนี้เกล้ากระหม่อมทั้ง สองเป็นทาสของพราหมณ์ เพราะฉะนั้น เกล้ากระ- หม่อมทั้งสองจึงยืนอยู่ห่างไกล พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า [๑๒๒๘] หลานทั้งสองอย่าได้ชอบกล่าวอย่าง นั้นเลย หทัยของปู่กำลังเร่าร้อน ปู่กายของเหมือน ดังถูกยกขึ้นไว้บนจิตกาธาร หลานรักทั้งสองยังความ เศร้าโศกให้แก่ปู่ยิ่งนัก ปู่จักไถ่หลานทั้งสองด้วย ทรัพย์ หลานทั้งสองจักไม่ต้องเป็นทาส ดูก่อนพ่อ ชาลี บิดาของเจ้าทั้งสองได้ตีราคาเจ้าทั้งสองไว้เท่าไร ให้แก่พราหมณ์หลานทั้งสองจงบอกแก่ปู่ตามจริงเถิด พนักงานทั้งหลายจงให้พราหมณ์รับเอาทรัพย์ไปเถิด. พระกุมารตรัสว่า [๑๒๒๙] ข้าแต่สมเด็จพระอัยกา พระบิดาทรง ตีราคาเกล้ากระหม่อมฉันมีค่าทองคำพันแท่ง ทรงตี ราคาพระน้องกัณหาชินาผู้มีพระพักตร์อันผ่องใส ด้วย สัตว์พาหนะมีช้างเป็นต้นอย่างละร้อย ๆ แล้วได้พระ- ราชทานแก่พราหมณ์. พระราชาตรัสว่า [๑๒๓๐] เหวยพนักงาน เองจงลุกขึ้นไปนำทาส ทาส ช้าง โค และ โคอุสภราช อย่างละร้อย ๆ กับ ทองคำพันแท่ง เอามาให้แก่พราหมณ์เป็นค่าไถ่พระ- หลานรักทั้งสอง. พระศาสดาตรัสว่า [๑๒๓๑] ลำดับนั้น พนักงานรีบไปนำทาส ทาสี ช้าง โค และ โคอุสภราช อย่างละร้อย ๆ กับทองคำ พนักแท่งเอามาให้แก่พราหมณ์ เป็นค่าไถ่สองพระ- กุมาร. [๑๒๓๒] พนักงานได้ให้ทาส ทาสี ช้าง โค และโคอุสภราช แม่ม้าอัศดร รถ และเครื่องใช้สอย ทุกอย่าง ๆ ละร้อย ๆ กับทองคำพันแท่ง แก่พราหมณ์ แสวงหาทรัพย์ ผู้ขอเกินประมาณ หยาบช้า เป็น ค่าไถ่พระกุมารทั้งสอง. [๑๒๓๓] กษัตริย์ทั้งสอง คือ พระเจ้าสญชัย และพระราชเทวี ทรงไถ่พระกุมารทั้งสองแล้ว รับสั่ง ให้พนักงานสรงสนานและให้พระกุมารทั้งสองเสวย เสร็จแล้ว ทรงประดับประดาด้วยอาภรณ์ทั้งหลาย แล้วทรงอุ้มขึ้นให้ประทับบนพระเพลา พระกุมารทั้ง สองทรงสรงสนานพระเศียรแล้วทรงพระภูษาอัน สะอาด ประดับด้วยสรรพาภรณ์ พระราชาภูษาพระอัน ทรงอุ้มพระชาลีขึ้นประทับบนพระเพลา แล้วตรัสถาม พระกุมารทั้งสอง ทรงประดับกุณฑลอันมีเสียงดังก้อง น่าเพลินใจ ทรงประดับพวงมาลัยและสรรพาลังการ แล้ว พระราชาครั้นทรงอุ้มพระชาลีขึ้นประทับบน พระเพลา แล้วได้ตรัสถามว่า ดูก่อนพ่อชาลี พระ ชนกชนนีทั้งสองของหลานรัก ไม่มีโรคดอกหรือ แสวงหาผลาหารเลี้ยงพระชนมชีพสะดวกหรือ มูล ผลาหารมีมากหรือ เหลือบ ยุงและสัตว์เสือกคลานมี น้อยหรือ ในป่าอันเกลือนกล่นไปด้วยสัตว์ร้าย ไม่ มีมาเบียดเบียนหรือ. พระชาลีกุมาร ทูลว่า [๑๒๓๔] ขอเดชะ พระชนกชนนีของเกล้า กระหม่อมทั้งสองพระองค์นั้นไม่มีโรค อนึ่ง ทรง แสวงหามูลผลาหารเลี้ยงพระชนมชีพได้สะดวก มูล ผลาหารมีมาก เหลือบ ยุง และสัตว์เสือกคลานก็มี น้อย ในป่าอันเกลื่อนกล่นไปด้วยสัตว์ร้าย ไม่มีมา เบียดเบียนพระชนกชนนีทั้งสอง พระชนนีของเกล้า กระหม่อมฉัน ทรงขุดรากบัว เหง้าบัว มันอ่อน ทรง สอยผลพุทรา ผลรกฟ้า มะตูม นำมาเลี้ยงพระชนก และเกล้ากระหม่อมฉันทั้งสอง พระชนนีทรงนำเอา เหง้าไม้และผลไม้ใด ๆ มาจากป่า พระชนกและเกล้า กระหม่อมฉันทั้งสองมารวมพร้อมกันเสวยเหง้าไม้และ ผลไม้นั้น ๆ ในเวลากลางคืน ไม่ได้เสวยในเวลากลาง วันเลย พระชนนีของเกล้ากระหม่อมทั้งสองผู้เป็น สุขุมาลชาติ ต้องเที่ยวแสวงหาผลไม้ มีพระฉวีวรรณ ผอมเหลือง เพราะลมและแดด เหมือนดอกปทุมอัน ถูกขยำด้วยมือ ฉะนั้น เมื่อพระชนนีเสด็จเที่ยวไปใน ป่าใหญ่ ซึ่งเป็นป่าอันเกลื่อนกล่นไปด้วยสัตว์ร้าย เป็น ที่อาศัยแห่งแรดและเสือเหลือง พระเกสาของพระองค์ อันมีสีดังปีกแมลงภู่ ถูกกิ่งไม้เป็นต้นเกี่ยวให้กระจุย กระจาย พระชนนีทรงขมวดมุ่นพระเมาลี ทรงไว้ซึ่ง เหงื่อไคลที่พระกัจฉะประเทศ (ทรงเพศเป็นดาบสินี อันประเสริฐ ทรงถือไม้ขอทรงเครื่องบูชาไฟ และ มุ่นพระเมาลี) ทรงพระภูษาหนึ่งสัตว์ บรรทมเหนือ ปฐพี ทรงบูชาไฟ. บุตรทั้งหลายเกิดขึ้นมาแล้ว ย่อมเป็น ที่รักของมนุษย์ในโลก พระอัยกาของเราไม่ทรงเกิด พระสิเนหาในพระโอรสเสียเลยเป็นแน่.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ