เล่มที่ 64

ส่วนที่ 379

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 379 อ้างอิง: Book 64, Section 379 ประเภท: section


เนื้อหา

ครั้นท้าววาสวะมฆวาสุชัมบดีเทวราช ตรัสอย่างนี้แล้ว ก็โปรดประทานพรแก่พระนางผุสดี เทพอัปสร. (นี้) ชื่อว่าทศพรคาถา. พระนางผุสดีเทพอัปสรจุติจากดาวดึงส์ เทวโลกนั้น มาบังเกิดในสกุลกษัตริย์ ได้ทรงอยู่ร่วม กับพระเจ้าสญชัยในพระนครเชตุดร พระนางผุสดี ทรงครรภ์ถ้วนทศมาส เมื่อทรงทำประทักษิณพระนคร ประสูติเราที่ท่ามกลางถนนของพวกพ่อค้า ชื่อของเรา มิได้เนื่องแต่พระมารดา และมิได้เกิดแต่พระบิดา เราเกิดที่ถนนแห่งพ่อค้า เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่า เวสสันดร เมื่อใดเรายังเป็นทารก มีอายุ ๔ ขวบแต่ เกิดมา เมื่อนั้นเรานั่งอยู่ในปราสาทคิดจะบริจาคทาน ว่า เราจะพึงให้หทัย ดวงตา เนื้อ เลือด และร่างกาย เมื่อใครมาขอเรา เราก็ยินดีให้ เมื่อเราคิดถึงการบริ- จาคทานอันเป็นความจริง หทัยก็ไม่หวั่นไหวมุ่งมั่น อยู่ในกาลนั้น ปฐพีมีสิเนรุบรรพตและหมู่ไม้เป็น เครื่องประดับ ได้หวั่นไหว. พราหมณ์ทั้งหลาย ผู้มีขนรักแร้ดก และมีเล็บยาว ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะ เหยียดแขน ข้างขวาจะขออะไรฉันหรือ. พราหมณ์กราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ ข้าพระองค์ทั้งหลาย ทูลขอรัตนะเครื่องให้แว่นแคว้นของชาวสีพีเจริญ ขอ ได้โปรดพระราชทานช้างตัวประเสริฐ ซึ่งมีงาดุจงอน ไถอันมีกำลังสามารถเถิด พระเจ้าข้า. พระมหาสัตว์ตรัสว่า เราจะให้ช้างพลายซับมันตัวประเสริฐ ซึ่งเป็นช่างราชพาหนะอันสูงสุดที่พราหมณ์ทั้งหลาย ขอเรา เรามิได้หวั่นไหว. พระราชาผู้ผดุงรัฐสีพีให้เจริญรุ่งเรือง มีพระหฤทัยน้อมไปในการบริจาค เสด็จลงจากคอช้าง พระราชทานแก่พราหมณ์ทั้งหลาย. พระศาสดาตรัสว่า เมื่อบรมกษัตริย์พระราชทานช้างตัว ประเสริฐ (แก่พราหมณ์ทั้ง ๘) แล้วในกาลนั้น ความ น่าสะพึงกลัวขนพองสยองเกล้าได้เกิดมี เมทนีดลก็ หวั่นไหว เมื่อบรมกษัตริย์พระราชทานช้างตัวประเสริฐ ในกาลนั้น ได้เกิดมีความน่าสะพึงกลัวขนพองสยอง เกล้า ชาวพระนครกำเริบ ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ยัง แว่นแคว้นของชาวสีพีให้เจริญพระราชทานช้างตัว ประเสริฐ ชาวบุรีก็เกลื่อนกล่น เสียงอันกึกก้องก็แผ่ ไปมากมาย. ครั้งนั้น เมื่อพระเวสสันดรพระราช- ทานช้างตัวประเสริฐแล้วเสียอื้ออึงน่ากลัวเป็นอันมาก ก็เป็นไปในนครนั้น ในกาลนั้นชาวนครก็กำเริบ ครั้ง นั้น ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ผดุงรัฐสีพีให้เจริญรุ่งเรือง พระราชทานช้างตัวประเสริฐแล้ว เสียงอื้ออึงน่ากลัว เป็นอันมากก็เป็นไปในนครนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า [๑๐๕๘] พวกคนที่มีชื่อเสียง พระราชบุตร พวก พ่อค้าชาวนา พวกพราหมณ์ กองช้าง กองม้า กอง รถ กองราบ ชาวนิคม ชาวสีพีทั้งสิ้นมาประชุม พร้อมกัน พวกเหล่านั้นเห็นพวกพราหมณ์นำพระยา ช้างไป ก็กราบทูลแด่พระเจ้ากรุงสัญชัยว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้สมมติเทพ แว่นแคว้นของพระองค์ถูกกำจัด แล้ว เหตุไรพระเวสสันดรโอรสของพระองค์ จึง พระราชทานช้างตัวประเสริฐของชาวเราทั้งหลาย อัน ชาวแว่นแคว้นสักการะบูชา ไฉนพระเวสสันดรราช- โอรสจึงพระราชทานพระยากุญชรของชาวเราทั้งหลาย อันมีงางอนงามแกล้วกล้า สามารถรู้จักเขตแห่งยุทธวิธี ทุกอย่าง เป็นช้างเผือกขาวผ่อง ประเสริฐสุด ปก คลุมด้วยผ้ากัมพลเหลือง กำลังซับมัน สามารถย่ำยี ศัตรูได้ ฝึกดีแล้ว พร้อมทั้งวาลวิชนีมีสีขาว เช่น ดังเขาไกรลาศ ไฉนพระเวสสันดรราชโอรสจึงพระ- ราชทานพระยาช้างราชพาหนะซึ่งเป็นยานชั้นเลิศ เป็น ทรัพย์อย่างประเสริฐพร้อมทั้งฉัตรขาว เครื่องลาด หมอช้าง และคนเลี้ยงช้างแก่พวกพราหมณ์. พระเวสสันดรโอรสนั้นควรจะพระ- ราชทาน ข้าว น้ำ ผ้านุ่งผ้าห่มและที่นั่งที่นอน สิ่ง


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ