เล่มที่ 63

ส่วนที่ 401

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 401 อ้างอิง: Book 63, Section 401 ประเภท: section


เนื้อหา

อมาตย์นั้นพร้อมด้วยบริวารไปสู่พระราชนิเวศน์ เปิดพระทวารเข้าไป ภายใน ได้เห็นเหล่าคนผู้รักษาพระราชนิเวศน์ และเหล่าบริจาริกานารีที่ค่อม แคระเป็นต้น ถูกผูกมือและเท้าอุดปากติดกับไม้นาคทันต์ทั้งหลาย ภาชนะใน ห้องเครื่องแตกทำลาย ขาทนียโภชนียะเกลื่อนกล่นในที่นั้น และห้องประกอบ ด้วยสิริมีประตูเปิด มีการปล้นรัตนะ ซึ่งเหล่าปัจจามิตรเปิดประตูคลังรัตนะ กระทำแล้ว ได้เห็นฝูงกาเข้าไปทางพระทวารและพระแกลซึ่งเปิดทิ้งไว้เที่ยวอยู่. พระราชนิเวศน์หาสิริมิได้ เช่นกับบ้านที่ทิ้งแล้ว หรือประหนึ่งพื้นสุสาน จึง กลับมา เมื่อจะกราบทูลแด่พระราชา จึงกล่าวคาถานี้ว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า มโหสถทูลอย่างใด ข้อความนั้นก็เป็นอย่างนั้น พระราชนิเวศน์ทั้งปวง ว่างเปล่า ดุจที่ลงหากินแห่งกา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กากปตนกํ ยถา ความว่า เป็นราวกะ ว่าบ้านที่ทิ้งไว้ใกล้ฝั่งทะเล เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงกา ที่มาด้วยกลิ่นหอมของ ปลา. พระเจ้าจุลนีได้ทรงสดับดังนั้นก็ทรงสะทกสะท้านด้วยความโศกเกิดแต่ ความพลัดพรากจากกษัตริย์ทั้ง ๔ พระองค์ก็ทรงพิโรธพระโพธิสัตว์เกินเปรียบ ดุจงูพิษถูกตีด้วยท่อนไม้ว่า ความทุกข์ของเรานี้เกิดขึ้นเพราะอาศัยบุตรคฤหบดี มโหสถเห็นพระอาการกริ้วของพระเจ้าจุลนี จึงคิดว่า พระราชาผู้มีพระยศใหญ่ พระองค์นี้พึงเบียดเบียนเราด้วยขัตติยมานะ ด้วยสามารถแห่งความโกรธในกาล บางคราวว่า เราจะต้องการด้วยกษัตริย์ทั้ง ๔ ไปทำไม ไฉนเราจะทำพระนาง นันทาเทวี ให้เป็นเหมือนพระราชานี้ยังไม่เคยเห็น พึงสรรเสริญสรีรวรรณ แห่งพระนางนั้น ที่นั้นพระราชาก็จะทรงระลึกถึงพระนางนั้น ก็จักไม่ทำอะไร ๆ แก่เราด้วยทรงรักใคร่ในพระมเหสีของพระองค์ ด้วยทรงคะนึงว่า ถ้าเราฆ่า มโหสถเสีย เราก็จักไม่ได้สตรีรัตนะเห็นปานนี้ มโหสถคิดฉะนี้แล้ว ยืนอยู่ บนปราสาทเพื่อการรักษาตัว ได้นำแขนซึ่งมีวรรณะดุจวรรณะแห่งทองคำออกใน ระหว่างรัตกัมพลเมื่อจะสรรเสริญพระนางนั้น ด้วยสามารถแห่งอันกราบทูล บรรดาที่พระนางนั้นเสด็จไป จึงทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระนางนันทาเทวีเสด็จ ไปแล้วจากอุโมงค์นี้ เป็นผู้มีพระสรีราพยพอันงาม สรรพ มีพระโสณีควรเปรียบกับแผ่นทองคำธรรมชาติ มีปกติตรัสประภาษไพเราะเสนาะดังเสียงลูกหงส์ ข้า แต่พระมหาราชเจ้า พระนางนันทาเทวี อันข้าพระองค์ นำเสด็จออกไปจากอุโมงค์นี้ เป็นผู้มีสรรพางดงามน่า ทัศนา ทรงพระภูษาโกไสยมีพระรูปอำไพดุจสุวรรณ สายรัดพระองค์นั้นก็งามทำด้วยกาญจนวิจิตรมีพระบาท สดใสพระโลหิตขึ้นแดงอันแถลงเบญจกัลยาณี ชี้ไว้ เป็นแบบด้วยสามารถแห่งพระฉวี พระมังสา พระเกศา พระเส้นเอ็น และพระอัฐิงามดี มีสายรัดพระองค์ แก้วมณีแถมสุวรรณ ดวงพระเนตรนั้นเปรียบกับตา นกพิราบ มีพระสรีรภาพอันโสภณ ริมพระโอฐแดง ดุจผลตำลึงสุกก็ปานกัน มีบั้นพระองค์บางอย่างประ- หนึ่งจะรวบกำรอบทีเดียว มีบั้นพระองค์เล็กเรียวดุจ เถานาคลดาเกิดแล้วดี แลดุจกาญจนไพที พระศกของ พระนางนันทาเทวียาวดำปลายช้อยเล็กน้อยดุจปลายมีด พระนางเจ้านั้น มีดวงพระเนตรเขื่องราวกะดวงตาแห่ง ลูกมฤค ๑ ขวบเกิดดีแล้ว หรือดุจเปลวเพลิงในเหมัน- ตฤดู แม่น้ำใกล้ภูผาหรือหมู่ไม้ดาดาษไปด้วยไม้ไผ่ เล็ก ๆ ย่อมงดงาม ฉันใด เส้นพระโลมธาตุก็อ่อน งดงาม ฉันนั้น พระนางมีพระเพลางามดังงวงกุญชร งาม มีพระถันยุคลดังคู่ผลมะพลับทองงามเป็นที่หนึ่ง มีพระสัณฐานพึงพอดีไม่สูงนัก ไม่ต่ำนัก พระโลมา ของพระนางเจ้านั้นมีพองามไม่มากเกิน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ