เล่มที่ 63

ส่วนที่ 300

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 300 อ้างอิง: Book 63, Section 300 ประเภท: section


เนื้อหา

ลำดับนั้น ครั้นพระราชาตรัสถามเสนกะว่าจะแก้อย่างไร เสนกะ กราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ มโหสถนี้ยังเป็นเด็กรุ่น จะรู้อะไร โปรดฟัง เถิด พระเจ้าข้า ทูลฉะนี้แล้วคิดว่า เราจักทำมโหสถให้หมดปฏิภาณ จึงกล่าว คาถานี้ว่า ขอจงทรงพระเจริญ พวกข้าพระองค์เป็นบัณฑิต ๕ คน ทั้งหมดเคารพบำรุงพระองค์ พระองค์เป็น อิสระครอบงำข้าพระองค์ทั้งหลาย ดุจท้าวสักกเทว- ราชผู้เป็นเจ้าแห่งภูตทั้งหลาย ข้าพระองค์เห็นความ ดังนี้จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนต่ำช้า คน มีสิริเท่านั้น เป็นคนประเสริฐ. ได้ยินว่า พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับคำของเสนกะนี้แล้วทรงดำริว่า เหตุการณ์ที่เสนกะชักมาดีอยู่ บุตรของเราจักสามารถนำเหตุการณ์อื่นมาทำลาย วาทะของเสนกะนี้ได้หรือหนอ จึงตรัสว่า พ่อบัณฑิต เจ้าจะแก้อย่างไร ได้ ยินว่า เมื่อเสนกะชักเหตุการณ์นี้มา คนอื่นเว้นพระโพธิสัตว์เสีย ที่ชื่อว่า สามารถทำลายวาทะนั้นไม่มี เพราะฉะนั้น พระมหาสัตว์เมื่อจะทำลายวาทะ แห่งเสนกะนั้น ด้วยกำลังญาณของตน จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า เสนกะนี้เป็นคนเขลา จะรู้อะไร แลดูอยู่เฉพาะยศเท่านั้น ไม่ทราบความวิเศษ แห่งปัญญา โปรดฟังเถิด พระเจ้าข้า กราบทูลฉะนี้แล้ว จึงกล่าวคาถานี้ว่า คนเขลามียศเป็นดุจทาสของคนฉลาด ในเมื่อ กิจต่าง ๆ เกิดมี คนฉลาดย่อมจัดกิจอันละเอียดใด คน เขลาย่อมถึงความหลงพร้อมในกิจนั้น ข้าพระองค์ เห็นความอย่างนี้จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเท่านั้น เป็นคนประเสริฐ คนเขลามียศหาประเสริฐไม่.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ