เล่มที่ 63

ส่วนที่ 32

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 32 อ้างอิง: Book 63, Section 32 ประเภท: section


เนื้อหา

นายสารถีกราบทูลว่า พระองค์มีพระดำรัสไพเราะ และมีพระวาจา สละสลวยอย่างนี้ เหตุไฉนจึงไม่ตรัสในสำนักแห่ง พระชนกและพระชนนีในกาลนั้นเล่า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วคฺคุกโถ แปลว่า มีพระดำรัสไพเราะ คือมีพระดำรัสอ่อนหวาน. แต่นั้น พระมหาสัตว์ตรัสว่า เราเป็นง่อยเปลี้ย เพราะไม่มีเครื่องติดต่อก็หาไม่ เราเป็นหนวกเพราะไม่มีซ่องหูก็หาไม่ เราเป็นใบ้ เพราะไม่มีลิ้นก็หาไม่ ท่านอย่าเข้าใจว่าเราเป็นใบ้ เราระลึกชาติปางก่อนที่เราเสวยราชสมบัติได้ เราได้ เสวยราชสมบัติในกาลนั้นแล้ว ต้องไปตกนรกอัน กล้าแข็ง เราได้เสวยราชสมบัติในกาลนั้นยี่สิบปี ต้อง หมกไหม้อยู่ในนรก ๘๐,๐๐๐ ปี เรากลัวจะต้องเสวย ราชสมบัตินั้น ขอชนทั้งหลายอย่าพึงอภิเษกเราใน ราชสมบัติเลย เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่พูดในสำนัก ของพระชนกและพระชนนีในกาลนั้น พระชนกทรง อุ้มเราให้นั่งบนพระเพลา แล้วตรัสสั่งข้อความว่า จง ฆ่าโจรคนหนึ่ง จงจองจำโจรคนหนึ่ง จงเอาหอก แทงโจรคนหนึ่ง แล้วเอาน้ำแสบราดแผล จงเสียบโจร คนหนึ่งบนหลาว ตรัสสั่งเจ้าหน้าที่นั้นอย่างนี้ เราได้ ฟังพระวาจาอันหยาบคายที่พระชนกตรัสนั้น จึงกลัว การเสวยราชสมบัติ เรามิได้เป็นใบ้ ก็ทำเหมือนเป็น ใบ้ มิได้เป็นง่อยเปลี้ย ก็ให้คนเข้าใจว่าง่อยเปลี้ย แกล้งนอนเกลือกกลิ้งอยู่ในปัสสาวะและอุจจาระของ ตน ชีวิตนั้นเป็นของลำบาก เป็นของน้อย ทั้ง ประกอบด้วยทุกข์ ใครเล่าจะอาศัยชีวิตนี้ ทำเวรด้วย เหตุการณ์หน่อยหนึ่ง ใครเล่าจะอาศัยชีวิตนี้ ทำเวร ด้วยเหตุการณ์หน่อยหนึ่ง เพราะไม่ได้ปัญญา เพราะ ไม่เห็นธรรม ความหวังผลของเหล่าบุคคลผู้ไม่ รีบร้อน ย่อมสำเร็จแน่นอน เรามีพรหมจรรย์สำเร็จ แล้ว ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด นายสารถี ประโยชน์โดย ชอบของเหล่าบุคคลผู้ไม่รีบร้อน ย่อมให้ผลแน่นอน เรามีพรหมจรรย์สำเร็จแล้ว ออกบวชแล้ว จะมีภัย แต่ไหนเล่า.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ