เล่มที่ 62
ส่วนที่ 378
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 378 อ้างอิง: Book 62, Section 378 ประเภท: section
เนื้อหา
ท้าวสักกะครั้นบูชานางอย่างนี้แล้ว จึงทรงดำริว่า เพราะเหตุอะไร เล่าหนอ โกสิยดาบสจึงไม่ให้แก่นางเทพธิดาที่เหลือ ได้ให้สุธาโภชน์แก่ นางหิรีนี้ผู้เดียว ท้าวเธอจึงส่งมาตลีเทพสารถีไปอีกครั้งหนึ่ง เพื่อต้องการจะรู้ เหตุนั้น. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า ท้าวสหัสนัยน์ผู้เป็นจอมแห่งชาวไตรทศ ได้ตรัส กะมาลีนั้นต่อไปอีกว่า ท่านจงไปถามโกสิยดาบส ตามคำของเราว่า ข้าแต่โกสิยดาบส เว้นนางอาสา นางศรัทธา และนางสิริเสีย นางหิรีผู้เดียวได้สุธาโภชน์ แล้ว เพราะเหตุอะไร. ในคาถานั้นมีคำอธิบายว่า คำว่า ตรัส คือได้ตรัสไว้แล้ว. คำว่า ตาม คำของเรา คือท่านจงกล่าวคำพูดของเรากะโกสิยดาบส. คำว่า นางอาสา นางศรัทธา และนางสิรี ความว่า เว้นจากนางอาสา นางศรัทธาและนางสิรี เสีย นางหิรีผู้เดียวเท่านั้นได้สุธาโภชน์แล้ว เพราะเหตุอะไร. มาตลีเทพสารถีนั้น รับคำของท้าวสักกะนั้นแล้ว จงได้ขึ้นรถ ไพชยนต์ไป. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า มีตลีขึ้นรถนั้น เลื่อนลอยไปตามสบายรุ่งเรือง อยู่ เช่นกับด้วยเครื่องใช้สอย มีงอนรถสำเร็จ ไปด้วยทองชมพูนุท มีสีแดงคล้ายทองวิเศษ มีเครื่อง ลาดวิจิตรด้วยทองคำอันประดับแล้ว รูปทั้งหลายมีอยู่ มากมายในรถนั้น คือ รูปพระจันทร์ ช้าง โค ม้า กินนร เสือโคร่ง เสือเหลือง เนื้อทราย ล้วนสำเร็จ ด้วยทองคำ นกทั้งหลายในรถนั้น ทำด้วยรัตนะต่างๆ ดุจกระโดดโลดเต้นอยู่ หมู่มฤคในรถนั้น จัดไว้ตามฝูง ล้วนสำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์ พวกเทพบุตรได้เทียม พระยาม้าอัศวราช ซึ่งมีสีดังทองคำในรถนั้น คล้าย ช้างหนุ่มมีกำลัง ประมาณพันตัว อันประดับแล้ว มีเครื่องประดับทับทรวง อันทำด้วยข่ายทองคำ ทั้ง ห้อยเครื่องประดับหู ไปโดยเสียงปกติไม่ขัดข้อง มาตลีขึ้นสู่ยานอันประเสริฐนั้น บันลือแล้วตลอด ทิศทั้งสิบเหล่านี้ ให้ท้องฟ้าภูเขาและต้นไม้ใหญ่อัน เป็นเจ้าแห่งไพร พร้อมทั้งสาครตลอดทั้งเมทนีดลให้ สนั่นหวั่นไหวทั่วไป.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ