เล่มที่ 62

ส่วนที่ 303

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 303 อ้างอิง: Book 62, Section 303 ประเภท: section


เนื้อหา

สุมุขหงส์ได้สดับคำนั้นแล้ว จึงคิดว่า พญาหงส์นี้เป็นผู้สมควรที่จะ สั่งสอนผู้อื่น มาพร่ำรำพันไปด้วยอำนาจกิเลส เพราะอาศัยมาตุคาม เกิด เป็นประหนึ่งเวลาที่น้ำมีอาการร้อน และเป็นประหนึ่งเวลาที่นาอันไม่มีรั้งล้อม กั้น ถ้ากระไรเราพึงประกาศโทษมาตุคาม ด้วยกำลังแห่งญาณของตน พึงยัง พญาหงส์นี้ให้รู้สึก จึงได้กล่าวคาถาว่า การที่พระองค์เป็นใหญ่กว่าโลกคือหงส์ ใคร ๆ ไม่สามารถจะประมาณคุณได้ เป็นครูของหมู่คณะใหญ่ พึงตามเศร้าโศกถึงหญิงคนเดียวอย่างนี้ เหมือนไม่ใช่ ความประพฤติของผู้มีปัญญา ลมย่อมพัดพานทั้งกลิ่น หอมและกลิ่นเหม็น เด็กอ่อนย่อมเก็บผลไม้ทั้งดิบ ทั้งสุก คนตาบอดผู้โลภในรสอาหาร ย่อมถือเอาอาหาร ฉันใด ธรรมดาหญิงก็ฉันนั้น พระองค์ไม่รู้จักตัดสินใจ ในเหตุทั้งหลาย ปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนคนเขลา พระองค์จะถึงมรณกาลแล้ว ยังไม่ทรงทราบถึงกิจที่ ควรและไม่ควร พระองค์เห็นจะเป็นกึ่งคนบ้า บ่นเพ้อ ไปต่าง ๆ ทรงสำคัญหญิงว่าเป็นผู้ประเสริฐ แท้จริง หญิงเหล่านี้ เป็นของทั่วไปแก่คนเป็นอันมาก เหมือน โรงสุราเป็นสถานที่ทั่วไปแก่พวกนักเลงสุรา ฉะนั้น อนึ่ง หญิงเหล่านี้มีมารยาเหมือนพยับแดด เป็นเหตุ แห่งความเศร้าโศก เป็นเหตุเกิดโรคและอันตราย อนึ่ง หญิงเหล่านี้เป็นคนหยาบคาย เป็นเครื่องผูกมัด เป็น บ่วง เป็นถ้ำ ที่อยู่ของมัจจุราช บุรุษใดพึงหลงระเริงใจ ในหญิงเหล่านั้น บุรุษนั้นชื่อว่าเป็นคนเลวทรามในหมู่ นระ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ