เล่มที่ 62
ส่วนที่ 178
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 178 อ้างอิง: Book 62, Section 178 ประเภท: section
เนื้อหา
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กกฺกูปนิเสวิตํ ความว่า ผัดแล้วด้วย แป้งสำหรับผัดหน้า ๕ อย่างเหล่านี้คือ สาสปกักกะ แป้งที่ทำด้วยเมล็ดพันธุ์ ผักกาด ๑ โลณกักกะ แป้งที่ทำด้วยเกลือ ๑ มัตติกกักกะ แป้งที่ทำด้วยดิน ๑ ติลกักกะ แป้งที่ทำด้วยเมล็ดงา ๑ หลิททกักกะ แป้งที่ทำด้วยขมิ้น ๑. บทว่า อาทาสทนฺตาถรุปจฺจเวกฺขิตํ ได้แก่ ส่องแล้วที่กระจกมีด้ามอันทำด้วยงา คือ มองดูที่กระจกนั้นแล้วแต่งตัว. บทว่า สุภํ ได้แก่ มีใบหน้าอันงดงาม. บทว่า วิรชํ ได้แก่ ปราศจากละออง คือหมดมลทินเครื่องเศร้าหมอง. บทว่า อนงฺคณํ ได้แก่ เว้นจากโทษมีฝีและสิวเป็นต้น. บทว่า ฉุฑฺฑํ ความว่า ข้าแต่พระมารดา ใบหน้าของลูกสวยออกอย่างนี้ คงจะถูกพวกกษัตริย์ทั้งหลาย โยนทิ้งเสียในบัดนี้เป็นแน่. บทว่า วเน คือ ในราวป่า. พระนางคร่ำครวญว่า หน้าของพระนางจักทิ้งอยู่ในป่า. บทว่า อสิเต ได้แก่ ดำเป็นมันขลับ. บทว่า เวลฺลิตคฺเค ได้แก่ มีปลายงอนขึ้นข้างบน. บทว่า สีวถิกาย คือในสุสาน. บทว่า ปริกฑฺฒยนฺติ ความว่า พวกแร้งทั้งหลาย ที่ชอบเคี้ยวกินเนื้อมนุษย์ ก็จะเอาเท้าทั้ง ๒ ตะกุยยื้อแย่งผมของลูกซึ่งงามถึงเพียงนี้เป็นแน่. บทว่า คยฺห ธํโก คจฺฉติ เยน กามํ ความว่า ข้าแต่พระมารดา นกชื่อว่า ธังกะ จักโฉบเอาแขนของลูกที่สวยออกอย่างนี้ไปจิกกินแล้ว จักบินไปตามความ ปรารถนา. บทว่า ตาลูปนิเภ ได้แก่ คล้ายกับผลตาลมีสีเหลืองดุจทอง. บทว่า กาสิกจนฺทเนน ได้แก่ ลูบไล้แล้วด้วยจุณไม้จันทน์มีเนื้ออันละเอียด. บทว่า ถเนสุ เม ความว่า ข้าแต่พระมารดา สุนัขจิ้งจอกมาเห็นนมทั้ง ๒ ข้างของลูกงามออกอย่างนี้ ซึ่งตกอยู่ในสุสาน ก็จะเอาปากกัดคร่อมลงที่นมทั้ง ๒ ข้าง ของลูกนั้นเป็นแน่แท้ ประดุจลูกอ่อนของมารดาผู้เกิดแต่ตนของตน ฉะนั้น. บทว่า โสณี คือ แผ่นสะเอว. บทว่า สุโกฏฺฏิตํ ได้แก่ ที่บุคคล เอาไม้คางโคทุบแต่งจนงามดี. บทว่า อวตฺถํ คือทิ้งแล้ว. บทว่า ภกฺขยิตฺวา ความว่า ข้าแต่พระมารดา สัตว์ทั้งหลายมีจำนวนเท่านี้เหล่านี้ เคี้ยวกินเนื้อ ของลูกแล้ว จักไม่แก่เป็นแน่แท้. บทว่า สเจ มํสานิ หาเรสุํ ความว่า ข้าแต่พระมารดา ถ้าพวกกษัตริย์เหล่านั้น ยังมีจิตปฏิพัทธ์ผูกพันในลูก พึง แล่เนื้อของลูกออก เมื่อเป็นเช่นนั้น พระมารดาจงขอเอากระดูกมา. บทว่า อนุปนฺเถ ทหาถ นํ ความว่า พระนางประภาวดีทูลว่า ขอพระมารดา พึงเผาลูกเลีย ในระหว่างแห่งทางเล็กและทางใหญ่. บทว่า เขตฺตานิ ความว่า ข้าแต่พระมารดา ขอให้พระมารดาจงสร้างสวนดอกไม้ขึ้น ในบริเวณสถานที่ ที่เผาศพของลูกแล้ว. บทว่า เอตฺถ ความว่า พึงปลูกต้นกรรณิการ์ทั้งหลาย ในบริเวณเนื้อที่เหล่านั้นด้วย. บทว่า หิมจฺจเย ได้แก่ ในเดือน ๔ ที่พ้น จากหิมะตกแล้ว. บทว่า สเรยฺยาถ ความว่า พระมารดาพึงเอาดอกไม้ เหล่านั้นบรรจุจนเต็มผอบแล้ว วางไว้ ณ พระเพลา แล้วพึงระลึกว่า ประภาวดี ลูกของเรา มีผิวพรรณดังดอกกรรณิการ์ ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ