เล่มที่ 61

ส่วนที่ 47

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 47 อ้างอิง: Book 61, Section 47 ประเภท: section


เนื้อหา

ถึงหากว่า นรชนจะเป็นผู้มีชาติเลวทราม แต่ เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียร มีปัญญา ประกอบด้วย อาจาระและศีล ย่อมจะรุ่งเรือง สุกใสเหมือนกองไฟ ในยามราตรี ฉะนั้น. ขอพระองค์ทรงทำข้อนั้นนั่นแลให้เป็นข้อเปรียบ เทียบ แล้วจงให้พระโอรสดำรงอยู่ในวิชา กุลบุตรผู้มี ปัญญาย่อมงอกงามขึ้น ดังพืชในนางอกงามขึ้นเพราะ น้ำฝน ฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วินเยน วา ได้แก่อาจาระ. มรรยาท. บทว่า ปจฺฉา กุรุเต โยคํ ความว่า หากว่ากุลบุตรใดไม่ทำการประกอบ คือความเพียรในการศึกษาศิลปวิทยาที่ควรศึกษา ในเวลาที่ยังเป็นเด็ก ทำการ ศึกษาต่อภายหลังคือเมื่อเวลาแก่ กุลบุตรเห็นปานนี้นั้น ย่อมจมลงในทุกข์หรือ อันตรายเห็นปานนั้นในภายหลัง คือไม่สามารถเพื่อจะช่วยเหลือตนเองได้. บทว่า ตสฺส สํหีรปญฺสฺส ความว่า เพราะกุลบุตรนั้นไม่ได้รับการศึกษา แต่นั้น (ความเสื่อมโภคสมบัติจึงเกิด) แก่เขาผู้มีปัญญาไม่แน่นอน มีความรู้ ไม่มั่นคง. บทว่า วิวโร ได้แก่ ช่องคือความเสื่อมแห่งโภคสมบัติเป็นต้น. บทว่า รตฺติมนฺโธ ได้แก่ ความมืดบอดในราตรี. ท่านกล่าวอธิบายไว้ดังนี้ ความมืดในราตรี คือความมืดบอดในราตรี ย่อมเห็นได้แต่รูปหยาบ ๆ อย่าง- เดียว โดยแสงพระจันทร์เป็นต้นในราตรี ไม่สามารถจะเห็นรูปละเอียด ๆ ได้ ฉันใด กุลบุตรผู้ไม่ได้รับการศึกษา มีปัญญาง่อนแง่นฉันนั้น เมื่อภัยอย่างใด อย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ย่อมไม่สามารถจะเห็นกิจการอันละเอียดสุขุมได้ เห็นได้ เฉพาะกิจการที่หยาบๆ ฉะนั้น เพราะฉะนั้นควรที่จะโปรดให้พระโอรสทั้งหลาย ของพระองค์ เล่าเรียนศึกษา ในเวลาที่พระโอรสยังทรงพระเยาว์ทีเดียว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ