เล่มที่ 61
ส่วนที่ 42
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 42 อ้างอิง: Book 61, Section 42 ประเภท: section
เนื้อหา
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตฺวญฺเจนํ ความว่า นายพรานถามว่า ไยท่านจึงมัวพะวงอยู่กับพญาหงส์. บทว่า อุปาสสิ แปลว่า ยังจะเข้าไปใกล้. หงส์สุมุขเสนาบดีกล่าวว่า หงส์ตัวนั้นเป็นราชาของเรา เป็นมิตรสหาย เสมอด้วยชีวิตของเรา เราจักไม่ทอดทิ้งท่านไป จน ตราบเท่าวันตาย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาว กาลสฺส ปริยายํ ความว่า ดูก่อนบุตรนายพราน เราจักไม่ทอดทิ้งพญาหงส์นั้นเลย จนกว่าจะถึงที่สุด กาลสิ้นชีวิต. นายพรานได้ฟังดังนั้น มีจิตเลื่อมใส คิดว่า ถ้าเราจักประพฤติผิดใน หงส์ทองผู้สมบูรณ์ด้วยศีลเหล่านั้นอย่างนี้ แม้แผ่นดินก็จะพึงให้ช่องแก่เรา ประโยชน์อะไรด้วยยศศักดิ์ ทรัพย์สมบัติที่เราจักได้จากสำนักพระราชา เรา จักปล่อยพญาหงส์นั้นไป ดังนี้แล้ว กล่าวคาถาความว่า ท่านปรารถนาจะสละชีวิต เพราะเหตุแห่งสหาย เราก็จักปล่อยสหายของท่านไป ขอพญาหงส์จงไปตาม ความประสงค์ของท่านเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โย จ ตฺวํ เท่ากับ โย นาม ตฺวํ แปลว่า ขึ้นชื่อว่า ท่านผู้ใด. บทว่า โส โยค อหํ แปลว่า เรานั้น. อธิบาย ว่า พญาหงส์นี้ จะเป็นไปตามอำนาจความประสงค์ของท่าน คือจงอยู่ในสถานที่ แห่งเดียวกับท่านเถิด. ก็แล นายพรานครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็ปลดท้าวธตรฐออกจาก หลักบ่วง นำไปยังขอบสระ แก้บ่วงออกแล้วชำระล้างโลหิต ด้วยจิตอ่อนโยน ไปด้วยกรุณา แล้วจัดแจงตบแต่งเส้นเอ็นเป็นต้น ให้เรียบร้อยเป็นอันดี ด้วยอำนาจมุทุจิตของนายพราน และด้วยอานุภาพแห่งบารมี ที่พระมหาสัตว์ บำเพ็ญมา เท้าที่มีบาดแผล ก็มีหนังและขนงอกขึ้นในขณะนั้น. แม้ริ้วรอย ที่บ่วงผูกพัน ก็ไม่ปรากฏ. หงส์สุมุขเสนาบดีแลดูพระโพธิสัตว์แล้วมีจิตยินดี เมื่อจะกระทำอนุโมทนา จึงกล่าวคาถาความว่า ดูก่อนนายพราน วันนี้ข้าพเจ้าได้เห็นพญาหงส์ ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ทิชาชาติ พ้นจากบ่วงแล้ว ย่อมชื่นชม ยินดี ฉันใด ขอท่านพร้อมกับหมู่ญาติทั้งปวง จงชื่น ชม ยินดี ฉันนั้นเถิด.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ