เล่มที่ 60

ส่วนที่ 406

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 406 อ้างอิง: Book 60, Section 406 ประเภท: section


เนื้อหา

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมจฺฉเร แปลว่า ย่อมปรารถนา. บทว่า อคา เทวาน สนฺติเก ความว่า ได้ครรไลไป ณ สำนักแห่งหมู่เทพ แท้ จริงเมื่อพระเจ้าสาธินราชเสด็จรถประทับเรียบร้อยแล้ว รถก็ออกแล่นไปสู่อากาศ แล้วหายวับไปทั้ง ๆ ที่มหาชนกำลังแหงนดูอยู่นั่นแล เทพบุตรมาตลีนำเสด็จ พระราชาสู่เทวโลก. หมู่เทวดาและท้าวสักกะเห็นท้าวเธอต่างร่างเริงดีใจพากัน ลุกขึ้นรับกระทำปฏิสันถาร เพื่อแสดงความข้อนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระ คาถามีคำว่า ตํ เทวา เป็นอาทิ. ในพระคาถานั้น บทว่า ปฏินนฺทึสุ ความว่า ยินดีเนือง ๆ. บทว่า อาสเนน จ ความว่า ท้าวสักกะทรงสวมกอดพระราชา ทรงเชื้อเชิญด้วยบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะว่า เชิญประทับนั่งตรงนี้ และทรงเชื้อเชิญด้วยสิ่งน่าปรารถนาทั้งหลาย แบ่งเทวราชสมบัติให้กึ่งหนึ่ง ให้ประทับร่วมอาสนะกัน. เมื่อพระเจ้าสาธินราชพระองค์นั้น ทรงเสวยราชสมบัติอันท้าวสักก- เทวราชทรงแบ่งเทพนครมีประมาณหมื่นโยชน์ และนางเทพอัปสรสองโกฏิกึ่ง กับเวชยันตปราสาทประทานให้ครึ่งหนึ่ง กาลเวลาล่วงไปถึง ๗๐๐ ปี ด้วยการ นับตามปีมนุษย์ พระองค์ประทับอยู่ในเทวโลกด้วยอัตภาพนั้น. เมื่อเวลา สิ้นบุญ พระองค์เกิดเบื่อหน่าย เพราะฉะนั้น เมื่อท้าวเธอจะตรัสสนทนากับ ท้าวสักกะ จึงตรัสพระคาถาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าจอมเทพ เมื่อ หม่อมฉันมาถึงสวรรค์แล้ว ย่อมยินดีด้วยการฟ้อนรำ ขับร้องและเครื่องประโคมทั้งหลาย บัดนี้ หม่อมฉัน นั้นไม่ยินดีอยู่ในสวรรค์เลย จะหมดอายุ หรือใกล้ จะตาย หรือว่าหม่อมฉันหลงใหลไปเสียแล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ