เล่มที่ 60

ส่วนที่ 344

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 344 อ้างอิง: Book 60, Section 344 ประเภท: section


เนื้อหา

ครั้งนั้นท้าวสักกะ เมื่อจะขอขมาท่าน จึงกล่าวคาถาที่ ๒๐ ว่า ข้าแต่ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ผู้มีปัญญาดุจ แผ่นดิน ท่านเป็นอาจารย์และเป็นบิดาของข้าพเจ้า ขอเงาเท้าของท่าน จงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าผู้พลั้ง- พลาด ขอได้โปรดอดโทษสักครั้งหนึ่งเถิด บัณฑิต ทั้งหลาย ย่อมไม่มีความโกรธเป็นกำลัง. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอสา ปติฏฺ€า ความว่า เงาแห่งเท้า ของท่านนี้ จงเป็นที่พึ่งแห่งความพลั้งพลาดของข้าพเจ้าในวันนี้. บทว่า โกป- พลา ความว่า ขึ้นชื่อว่าบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมมีขันติเป็นกำลัง มิใช่เป็นผู้มี ความโกรธเป็นกำลัง. พระมหาสัตว์อดโทษแก่ท้าวสักกเทวราชแล้ว เมื่อจะให้คณะฤาษีอด โทษด้วยตนเอง จึงกล่าวคาถาต่อไปว่า การที่พวกเราได้เห็นท้าววาสวะผู้เป็นจอมภูต นับเป็นราตรีเอกของพวกเราเหล่าฤาษีซึ่งอยู่กันด้วยดี ท่านผู้เจริญทุกคนจงพากันดีใจเถิดเพราะท่านพราหมณ์ ได้เหง้าบัวคืนแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุวาสิตํ อิสีนํ เอกรตฺตึ มีอรรถา- ธิบายว่า เป็นราตรีเอกที่ผู้มีอายุทั้งหลายพากันอยู่ในป่านี้ เป็นอันอยู่ดีกันทั้งนั้น เพราะเหตุไร เหตุว่าพวกเราพากันเห็นท้าววาสวะผู้เป็นเจ้าแห่งภูต ถ้าพวกเรา อยู่ในเมืองละก็คงไม่ได้เห็น. บทว่า โภนฺโต ความว่า พ่อมหาจำเริญเอ๋ย ทุกคนจงดีใจเถิด จงปลื้มใจเถิด จงอดโทษแก่ท้าวสักกเทวราชเถิด เพราะเหตุ ไรเล่า เพราะท่านพราหมณ์ได้เหง้าบัวคืนแล้ว คือเหตุว่าอาจารย์ของพวกเธอ ได้คืนเหง้าบัว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ