เล่มที่ 60
ส่วนที่ 153
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 153 อ้างอิง: Book 60, Section 153 ประเภท: section
เนื้อหา
กษัตริย์พระองค์ใด ยังไม่ทันพิจารณา แล้วทรง ลงพระราชอาญา กษัตริย์พระองค์นั้นชื่อว่า ย่อม กลืนกินพระกระยาหาร พร้อมด้วยหนาม เหมือนคน ตาบอดกลืนกินอาหารพร้อมด้วยแมลงวัน ฉะนั้น. กษัตริย์พระองค์ใด ทรงลงพระราชอาชญากับผู้ ไม่ควรจะลงพระอาญา กษัตริย์พระองค์นั้น เป็น เหมือนคนเดินทางไม่ราบเรียบ ไม่รู้ว่าทางเรียบหรือ ไม่เรียบ. กษัตริย์พระองค์ใด ทรงเห็นเหตุที่ควรลงพระ- ราชอาญา และไม่ควรพระราชอาชญา และทรงเห็น เหตุนั้น โดยประการทั้งปวงเป็นอย่างดีแล้ว ทรง ปกครองบ้านเมือง กษัตริย์พระองค์นั้นสมควรปกครอง ราชสมบัติ. กษัตริย์ผู้มีพระทัยอ่อนโยนโดยส่วนเดียว หรือมี พระทัยกล้าโดยส่วนเดียวก็ไม่อาจที่จะดำรงพระองค์ไว้ ในอิสริยยศที่สูงใหญ่ได้ เพราะเหตุนั้น กษัตริย์ไม่พึง ประพฤติเหตุทั้งสอง คือพระทัยอ่อนเกินไปและกล้า เกินไป. กษัตริย์ผู้มีพระทัยอ่อน ก็ถูกประชาราษฎร์ ดูหมิ่น กษัตริย์ผู้มีพระทัยแข็งนักก็มีเวร กษัตริย์ควร ทราบเหตุทั้งสองอย่างแล้วประพฤติเป็นกลาง ๆ ข้าแต่พระราชา คนมีราคะย่อมพูดมาก แม้คนมี โทสะก็พูดมาก พระองค์ไม่ควรจะให้ปลงพระชนม์ พระราชโอรส เพราะเหตุแห่งหญิงเลย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาทิฏา แปลว่า ไม่เห็น. บทว่า ปรสฺส แปลว่า ของผู้อื่น. บทว่า สพฺพโส แปลว่า ทั้งปวง. บทว่า อณุํถูลานิ ได้แก่ โทษน้อยและใหญ่. บทว่า สามํ อปฺปฏิเวกฺขิยา ความว่า พระราชาผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ละทิ้งคำของผู้อื่น ไม่กระทำให้ประจักษ์แก่ตน ไม่ทรงปรับคือไม่ทรงเริ่มตั้งอาชญา. จริงอยู่ในรัชกาลแห่งพระเจ้าสมมติ สัตว์ ชื่อว่าผู้มีอาชญายิ่งย่อมไม่มี ชื่อว่าการพยายามในการตัดมือและเท้า ยิ่งขึ้นไป กว่าตี การติเตียนและการขับไล่ย่อมไม่มี ภายหลังพวกอำมาตย์เหล่านั้นกล่าว หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยแห่งพระราชผู้กักขฬะนั้นอย่างนี้ว่า การไม่ พิจารณาเห็นโทษของผู้อื่นเองโดยส่วนเดียว ไม่สมควรเลย. บทว่า โย จ อปฺปฏิเวกฺขิตฺวา ความว่า ข้าแต่พระมหาราช พระราชาใด เมื่อพิจารณา ปรับโทษอันสมควรแก่โทษอย่างนี้ ตั้งอยู่ในการลุอคติ ไม่พิจารณาเห็นโทษ นั้น ลงอาญามีการตัดมือเป็นต้น พระราชานั้น เมื่อก่อเหตุให้แก่ตน ชื่อว่า กลืนพระกระยาหารพร้อมหนาม เหมือนคนตาบอดกลืนข้าวกับแมลงวันฉะนั้น. บทว่า อทณฺฑิยํ ความว่า พระราชาใด ทรงลงอาญาผู้ที่ไม่ควรลงอาญา และไม่ลงอาญาผู้ควรลงอาญา ทำตามความชอบใจของตนเท่านั้น พระราชา นั้น เป็นดังคนตาบอด แม้เดินทางเรียบ ก็ไม่รู้ว่าทางเรียบหรือไม่เรียบเดิน ไป เหมือนคนตาบอดลื่นลงที่แผ่นหินเป็นต้น ย่อมถึงทุกข์ใหญ่ในมหานรก ในอบายทั้ง ๔. บทว่า เอตานิ านานิ ความว่า พระราชาใด ทรงเห็น เหตุที่ควรลงอาญาและไม่ควรลงอาญา และทรงเห็นโทษน้อยใหญ่ ในเหตุที่ ควรลงอาญาทั้งหมดอย่างดีแล้ว ทรงปกครองบ้านเมือง พระราชาพระองค์นั้น แลสมควรเพื่อปกครองราชสมบัติ. บทว่า อตฺตํ มหนฺเต เปตุํ ความว่า พระราชาผู้มีพระทัยอ่อนโยนโดยส่วนเดียว ไม่อาจยังโภคทรัพย์ที่ยังไม่เกิดเห็น ปานนั้น ทำให้เกิดขึ้นคือให้มั่นคงถาวร ตั้งตนไว้ในความเป็นใหญ่อันโอฬาร. บทว่า มุทุ ความว่า พระราชาผู้มีหทัยอ่อนโยน เป็นที่ดูหมิ่นของชาวแว่น- แคว้น พระองค์ถูกเขาดูหมิ่น ย่อมไม่อาจทำราชสมบัติให้ปราศโจรได้. บทว่า เวรวา ความว่า ก็ชาวแว่นแคว้น ทั้งหมดเป็นผู้มีเวรต่อพระราชาผู้พระทัยกล้าแข็ง เกินไป เพราะฉะนั้น พระองค์ชื่อว่าเป็นผู้มีเวร. บทว่า อนุมชฺฌํ ความว่า เป็นพระราชา พึงประพฤติเป็นกลาง คือ เป็นกลางของความอ่อนและกล้าแข็ง คือเป็นผู้ไม่อ่อนนัก ไม่กล้าแข็งนักครองราชสมบัติ. บทว่า น อิตฺถิการณา ความว่า ข้าแต่พระมหาราช พระองค์ไม่ควรสั่งให้ประหารพระโอรสผู้เป็นรัช- ทายาทสืบสันตติวงศ์ เพราะอาศัยมาตุคามผู้ชั่วช้าลามก.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ