เล่มที่ 60
ส่วนที่ 70
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 70 อ้างอิง: Book 60, Section 70 ประเภท: section
เนื้อหา
พระเจ้าสังวรมหาราช ทรงสดับพระดำรัสนั้น เมื่อทรงแถลงพระคุณ ของพระองค์ ได้ตรัสคาถา ๖ คาถาว่า ข้าแต่พระราชบุตร หม่อมฉันมิได้ริษยาสมณะ ทั้งหลายผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง หม่อมฉันนอบ น้อมท่านเหล่านั้นโดยเคารพไหว้เท้าของท่านผู้คงที่. สมณะเหล่านั้น ยินดีแล้วในธรรมของผู้แสวงหา คุณ ย่อมพร่ำสอนหม่อมฉันผู้ประกอบในคุณธรรม ผู้พอใจฟัง ไม่มีความริษยา. หม่อมฉันได้ฟังคำของสมณะ ผู้แสวงหาคุณอัน ใหญ่หลวงเหล่านั้นแล้ว มิได้ดูหมิ่นสักน้อยหนึ่งเลย ใจของหม่อมฉันยินดีแล้วในธรรม. กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกอง พลเดินเท้า หม่อมฉันไม่ตัดเบี้ยเลี้ยงและบำเหน็จบำ- นาญของจตุรงคเสนาเหล่านั้นให้ลดน้อยลง. อำมาตย์ผู้ใหญ่ และข้าราชการผู้มีปรีชาของฉัน มีอยู่ ช่วยกันบำรุงพระนครพาราณสีให้มีเนื้อมาก มี น้ำดี. อนึ่ง พวกพ่อค้าผู้มั่งคั่งมาแล้วจากรัฐต่าง ๆ หม่อมฉันช่วยจัดอารักขาให้พ่อค้าเหล่านั้น ขอได้โปรด ทราบอย่างนี้เถิด เจ้าพี่อุโบสถ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ราชปุตฺต ความว่า ข้าแต่พระราชบุตร หม่อมฉันมิได้กีดกันใคร ๆ เลยว่า สมบัติอย่างนี้ จงอย่ามีแก่ผู้นี้. บทว่า ตาทินํ ความว่า หม่อมฉันกราบไหว้บาทยุคลแห่งหมู่สมณะผู้ทรงธรรม ผู้ ประกอบด้วยลักษณะอันคงที่ ได้นามว่าสมณะ เพราะท่านสงบบาปได้แล้ว ได้นามว่า ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง เพราะท่านแสดงคุณมีศีลขันธ์เป็นต้น อันใหญ่ ด้วยเบญจางประดิษฐ์ เมื่อจะให้ทาน และเมื่อจะจัดการคุ้มครองป้อง กันอันชอบธรรมแด่ท่านเหล่านั้น ก็นอบน้อมท่านเหล่านั้นโดยเคารพคือบูชา อย่างใจรักใคร่ทีเดียว. บทว่า เต มํ ความว่าสมณะเหล่านั้น รู้จักหม่อมฉัน โดยถ่องแท้ว่า กุมารนี้ขวนขวายในส่วนแห่งธรรม รับฟังด้วยดี มิได้มีความ ริษยาก็พากันพร่ำสอนหม่อมฉัน ผู้ประกอบด้วยธรรมคุณรับฟังด้วยดี ไม่ริษยา คือพากันให้โอวาทว่า กระทำข้อนี้ อย่ากระทำข้อนี้. บทว่า เตสาหํ ตัดบทเป็น เตสํ อหํ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ