เล่มที่ 56
ส่วนที่ 242
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 242 อ้างอิง: Book 56, Section 242 ประเภท: section
เนื้อหา
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุม ชาดกว่า ราชกุมารผู้ล้อมพระนคร แล้วสืบราชสมบัติในครั้งนั้น ได้มาเป็นสีวลีในครั้งนี้ พระมารดาได้มาเป็นพระนางสุปปวาสา ส่วนพระเจ้าพาราณสีผู้เป็นพระราชบิดา ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อสาตรูปชาดกที่ ๑๐ รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ลิตตชาดก ๒. มหาสารชาดก ๓. วิสสาสโภชนาชาดก ๔. โลมหังสชาดก ๕. มหาสุทัสสนชาดก ๖. เตลปัตตชาดก ๗. นามสิทธิชาดก ๘. กูฏวาณิชชาดก ๙. ปโรสทัสสนชาดก ๑๐. อสาตรูปชาดก จบ ลิตตวรรคที่ ๑๐ จบ มัชฌิมปัณณาสก์ คนมีปัญญาคนเดียวกว่าคนโง่เขลาตั้งร้อย [ ๑๐๑ ] คนโง่เขลามาประชุมกัน แม้ตั้งร้อยคน ขึ้นไป พวกเขาไม่มีปัญญา พึงเพ่งดูอยู่ตั้งร้อยปี ผู้ใดรู้แจ้งเนื้อความแห่งภาษิต ผู้นั้นเป็นบุรุษมี ปัญญา คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า. ชาดกเรื่องนี้ มีคาถา ความว่า :- "คนโง่เขลามาประชุมกัน แม้ตั้งร้อยคน ขึ้นไป พวกเขาไม่มีปัญญา พึงเพ่งดูอยู่ตั้งร้อยปี ผู้ใดรู้แจ้งเนื้อความแห่งภาษิต ผู้นั้นเป็นบุรุษมี ปัญญา คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า" ดังนี้. เหมือนกันกับปโรสหัสสชาดก โดยเนื้อเรื่อง โดยไวยากรณ์ และโดยประชุมชาดก แต่ในชาดกนี้ มีแปลกเพียงบท ฌาเยยฺยุ บทเดียวเท่านั้น. คาถานั้นมีอรรถาธิบายว่า คนเหล่านั้น ไม่มี ปัญญา พึงเพ่ง พึงดู พึงใคร่ครวญแม้ตลอดร้อยปี แม้ว่าจะดูอยู่ อย่างนี้ ก็ย่อมไม่เห็นเหตุหรือผล เหตุนั้น ผู้ใดรู้เนื้อความแห่ง คำที่เรากล่าวไว้ได้ ผู้นั้นคนเดียวเท่านั้น มีปัญญา ประเสริฐกว่า ฉะนี้แล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ