เล่มที่ 56

ส่วนที่ 72

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 72 อ้างอิง: Book 56, Section 72 ประเภท: section


เนื้อหา

ตั้งแต่นั้นมา ปุโรหิตกลับชนะ พระราชาแพ้. พระโพธิสัตว์ทรงคะเนว่า ในเรือนของปุโรหิตนี้ คงจะมี หญิงคนหนึ่ง ที่มีชายแต่คนเดียว ทรงให้อำมาตย์สืบดู ก็ทรง ทราบว่า มีจริง ทรงพระดำริต่อไปว่า ต้องให้คนทำลายศีลของ นางเสีย รับสั่งให้นักเลงผู้หนึ่งมาเฝ้า มีพระดำรัสว่า เจ้าจัก สามารถทำลายศีลแห่งหญิงของท่านปุโรหิตได้หรือไม่ ? นักเลง ผู้นั้น รับสนองพระราชประสงค์ว่า ข้าพระองค์อาจอยู่พระเจ้าข้า. ครั้งนั้นพระราชาทรงพระราชทานทรัพย์แก่เขา มีพระดำรัสว่า ถ้าเช่นนั้น จงทำให้สำเร็จโดยเร็วเถิด ทรงส่งเขาไป. เขารับ พระราชทานทรัพย์แล้ว ก็จ่ายของมีเครื่องหอม ธูปกระแจะ และการบูรเป็นต้น ไปเปิดร้านขายเครื่องหอมทุก ๆ อย่าง ไม่ ไกลเรือนของท่านปุโรหิตนั้น. แม้เรือนของท่านปุโรหิต ก็เป็น เรือน ๗ ชั้น มีซุ้มประตู ๗ แห่ง และที่ซุ้มประตูทุกแห่งมีหญิง รักษาทั้งนั้น ชายอื่นเว้นแต่ท่านพราหมณ์ ไม่มีผู้ใดจะได้เข้าไป สู่เรือนเลย แม้ตะกร้าทิ้งขยะ ก็ต้องเป็นหญิงเข้าไปชำระทั้งนั้น ปุโรหิตคนหนึ่ง หญิงบำเรอของมาณวิกานั้นคนหนึ่ง เท่านั้น ที่ได้เห็นมาณวิกานั้น ครั้งนั้นหญิงบำเรอของมาณวิกา ถือเอา ทรัพย์อันเป็นมูลค่าสำหรับซื้อเครื่องหอมและดอกไม้เดินไป เวลาไปก็เดินผ่านไปใกล้ ๆ ร้านของนักเลงนั้น เขารู้เป็นอย่างดี ว่า หญิงคนนี้ เป็นหญิงบำเรอของมาณวิกา วันหนึ่งพอเห็น นางเดินมา ก็ลุกขึ้นจากร้าน ถลันไปฟุบที่ใกล้เท้านาง กอดเท้า ทั้งคู่ไว้แน่น ด้วยแขนทั้งสองข้าง พลางร่ำไห้ปริเวทนาว่า แม่จ๋า แม่ไปไหนเสียเล่า ตลอดเวลานานประมาณเท่านี้ ? พวกนักเลง ที่ซ้อมกันไว้ แม้ที่เหลือยืนอยู่ข้างหนึ่ง ก็พากันพูดว่า แม่กับลูก ดูละม้ายกันโดยสัณฐาน ของมือเท้าและใบหน้า และอากัปกิริยา ดูเหมือนกับคน ๆ เดียวกัน. หญิงนั้น เมื่อคนพวกนั้นช่วยกันพูด ก็เชื่อแน่แก่ตน เข้าใจว่า บุรุษนี้เป็นลูกของเราแน่นอน แม้ตนเอง ก็พลอยร้องไห้ไปด้วย. คนแม้ทั้งสอง ต่างยืนกอดกันร้องไห้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ